วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

โรคขนคุดหรือผื่นผิวหนังเรื้อรังที่แขน(keratosis pilaris)


โรคขนคุดหรือผื่นผิวหนังเรื้อรังที่แขน(keratosis pilaris)
โรคนี้(keratosis pilaris)ใครไม่เป็น ไม่มีวันเข้าใจหัวอกคนร่วมชะตากรรมเป็นแน่ น่าเห็นใจมากๆ ตุ่มเล็กๆแค่นี้ สาหรับคนอื่นอาจจะมองดูจิ๊บจ๊อยๆ แต่แท้จริงแล้วเป็นแผลใหญ่ในใจของคนไข้ขนคุดจริงๆ มีหลายคนมาระบายให้หมอฟัง ถึงการพลาดโอกาสครั้งสาคัญในชีวิต ก็เพราะโรคที่คนอื่นเห็นเป็นเรื่องเล็กๆนี้เอง
บางครั้งที่เราลูบผิวแล้วรู้สึกสากๆ คล้ายกระดาษทราย บริเวณต้นแขน หรือต้นขา ยิ่งถ้าเป็นๆหายๆเรื้อรังที่แขนแล้วล่ะก็....ให้นึกถึงโรคที่ว่า..นี้ อาการโดยทั่วไป มีลักษณะเป็นตุ่มแข็งนูนขึ้นมาบริเวณรูขุมขน เมื่อมือสัมผัสแล้วหยาบ กระด้าง บางครั้งฝรั่งเรียกว่าหนังไก่(chicken skin and goose bumps) พบบ่อยมากถึง2ใน5ของจานวนประชากรและพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเกือบ2เท่า ตัว(1) ตุ่มมักเห่อชัดเจนช่วงฤดูหนาว(5) พบได้บริเวณต้นแขนด้านนอก บริเวณต้นขา แผ่นหลัง และอาจจะพบบริเวณผิวหน้าและคิ้วได้ ซึ่งบางคนอาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสิว สาเหตุ มักไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่าเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาเหตุจาก พันธุกรรม(autosomal dominant)และจะพบได้มากขึ้นในคนไข้ โรคผิวหนังที่มีความสัมพันธ์กับโรคภูมิแพ้ (Atopic dermatitis)(2)หรือในคนไข้โรคคล้ายเกล็ดปลา(Icthyosis vulgaris)
การรักษา เนื่องจากมีขี้ไคลอุดตันสะสม และมีการระคายเคืองบริเวณรูขุมขนอย่างเรื้อรัง ส่วนใหญ่จึงใช้การขัดถูออกด้วยสารต่างๆเช่นหินหรือวัตถุหยาบๆ หรือฟองน้านวด บางคนใช้วิธีแวกซ์ขน บ้างก็โกนหรือถอน(ทั้งไฟฟ้า+แหนบ) บ้างก็scrubขัดผิวหรือใช้ใยบวบ...วิธีการรักษาที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไป มักไม่ได้ผล บางคนชอบผลิตภัณฑ์สมุนไพร เช่นน้ามันมะพร้าวบริสุทธิ์,ว่านหางจระเข้,สมุนไพรแก้ขนคุด,สเปรย์กาจัดขน ทุกรูปเเบบแล้ว ก็ไม่ดีขึ้น...lotionบารุง,moisturizerก็แล้ว ก็ยังไม่เห็นจะหาย บางทีก็ลองรับประทานวิตามินรวมหลายชนิดทั้งที่ซื้อตามร้านขายยาและขายตรง ทั้งนี้ถ้ามาในรูปการกิน ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสิ่งที่รับประทานอาจมีอันตรายต่อตับ ไตหรืออวัยวะภายใน อาจทาให้เกิดพิษได้ และวิธีสุดท้ายก็มาปรึกษาหมอ อาจได้รับยาทาเพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิว ครีมบารุงผิวเข้มข้น, กรด lactic, กรดวิตามินเอ, และโลชั่นที่มีส่วนผสมของ AHA หรือ Urea อาจช่วยบารุงผิวให้ เนียนนุ่มขึ้นได้บ้างชั่วคราว แต่ไม่นานก็กลับเป็นใหม่อีก แม้กระทั่งสเตียรอยด์ก็เป็นที่นิยม แต่ห้ามใช้นานเกินไปเพราะผิวจะเสียและตัวโรคยิ่งลุกลามมากขึ้น โดยมากมักเป็นๆหายๆ เรื้อรัง(3) เนื่องจากเรายังไม่ทราบสาเหตุของโรคที่แท้จริงจึงยังไม่มีการรักษาใดที่หาย ขาดถาวร มีรายงานการใช้เลเซอร์ Pulsed dye(595nm)ได้ผลดี(2) แต่ผิวจะแดงคล้าไหม้ หลังทาอยู่ประมาณ20วัน ในรายงานยังระบุด้วยว่า ต้องทาซ้า
ประมาณ7 ครั้ง สรุปคือผิวหน้าต้องผ่านการแดงคล้าไหม้ อยู่ 7รอบ ขนคุดจึงจะดีขึ้น ซึ่งดูแล้วคงไม่เหมาะกับพวกเรานัก เลเซอร์อีกตัวคือ KTP 532(Potassium Titanyl Phosphate) ซึ่งเสี่ยงต่อการ ดา คล้าและไหม้ ของผิวหนังได้ง่ายและนาน(3) จะเห็นว่ายังไม่มีวิธีรักษาใดได้ผลดีจริงและปฏิบัติได้(4)
2 ปีกว่าที่หมอได้ดูแลรักษาผู้ป่วย โดยใช้เทคโลโลยี 1064-nm long-pulsed Nd:YAG  นี้ รักษาโรคkeratosis pilaris มากว่า100ชีวิต พบคนไข้บางคนเป็นน้อย บางคนเป็นมาก ถึงขั้นเป็นตุ่มแดงมีหนองอักเสบก็พบได้ บ่อยๆ ผลการรักษาส่วนใหญ่คนไข้พอใจถึงพอใจมาก แต่ถ้ายังไงเรามีอาการไม่มาก ผมแนะนาให้รักษาวิธีง่ายๆด้วยตนเองก่อน จนกว่าจะมีอาการขั้นสุดท้ายแล้วไม่หายจริงๆค่อยคิดถึงเลเซอร์ ลองมาดูรูปเปรียบเทียบก่อนและหลังรักษากันนะครับ
ภาพโรคขนคุดก่อนการรักษา หลังการรักษา3สัปดาห์ 
.http://www.mfu.ac.th/school/anti-aging/
..http://www.mfu.ac.th/school/anti-aging/admin/uploadCMS/news/DdMon45044.pdf.
น.พ.จรัสศักดิ์ เรืองพีระกุล


อาจารย์ประจำ รพ.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ (อโศก)
โทร. 02-6644360, 02-6642295(More contact:JARATSAK@GMAIL.COM)
*1. Poskitt L, Wilkinson JD. Natural history of keratosis pilaris. Br J Dermatol. Jun 1994;130(6):711-3.
*2. Kaune KM, Haas E, Emmert S, Schon MP, Zutt M. Successful treatment of severe keratosis pilaris rubra with a 595-nm pulsed dye laser. Dermatol Surg. Oct 2009;35(10):1592-5
*3. Dawn G, Urcelay M, Patel M, Strong AM. Keratosis rubra pilaris responding to potassium titanyl phosphate laser. Br J Dermatol. 2002 Oct;147(4):822-4.
*4. Andreas WG,Treating keratosis pilaris . J Am Acad Dermatol.Vol. 47, Issue 3:457
* 5.Arch Dermatol. Dec 2006;142(12):1611-6

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น