วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2556

***คนน่ากลัวกว่าผี วันนี้มีเรื่องมา "แชร์" รับเทศกาล Halloween

คนน่ากลัวกว่าผีด่วน!!! มีเรื่องมา "แชร์" รับเทศกาล Halloween
           
             วันนี้มีเรื่องมาเตือนใจหลายๆท่าน โดยเฉพาะสาวๆ ที่กำลังคิดจะทำอะไรกับใบหน้า หรือผิวพรรณตนเอง ขอให้ใจเย็นสักนิด คิดให้รอบคอบ มิฉะนั้นจะเสียใจภายหลัง ดังเช่นเหยื่อรายนี้
            
              เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างการกระทำ ของสถานบริการความงามแห่งหนึ่ง ( หรืออาจจะหลายแห่ง )  ยกมาเพื่อเป็นอุทาหรณ์

             สำหรับวงการความสวยความงามในปัจจุบันได้ก้าวไปไกลมาก ที่ก้าวไกลไม่ใช่เรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมนะครับ แต่เป็นเรื่องความอัปยศอดสู ที่แข่งขันกันกอบโกยเงินเข้ากระเป๋าตนเอง โดยไม่เห็นแก่ประชาชนคนตาดำๆ เรื่องมีอยู่ว่า..เมื่อก่อนครีมรักษาผิวหน้า หรือผิวพรรณ จะมาในรูปแบบที่ดูดี ใช้แล้วติด เลิกไม่ได้ ขาดยาหรือครีมแล้วเห่อ หน้าบาง แดง แพ้ง่าย อย่างที่เคยบอกไว้ ที่นี่..(

สิวเรื่องง่ายๆ ทำไมรักษาย๊ากยาก!).http://jaratsak.blogspot.com/2011_07_01_archive.html  แต่ตอนนี้มีการต่อยอดในรูปแบบการขายที่ มาในแบบ ของฟรี หรือ ลด แลก แจก แถม เช่น ทางคลินิกจะโทรศัพท์ เข้ามา(คล้ายขายประกัน หรือขายสินเชื่อเงินกู้ ) แล้วบอกว่า คลินิก..A...หรือสถาบันความงาม..D..ตอนนี้มีโปรโมชั่น ให้มาทดลองทำหน้า ฟรี แถม โรงแรมหรู ให้นอน อีก 1 คืน เพียงท่านมาที่นี่... พอไปถึงที่คลินิก....ก็ให้ทดลอง ทำหน้าให้ฟรี จริงๆ แต่ให้ทำเพียงครึ่งหน้า ( แล้วใครจะยอม ) พอลูกค้าต้องทำทั้งหน้า ก็จะมีค่าใช้จ่าย แต่ ....พิเศษนะคะ ตอนนี้เรามีโปรโมชั่น ราคาลด 80% ปกติ 1 แสนบาท ถ้าสมัครวันนี้ เหลือ 2 หมื่นบาท แถม โรงแรมรีสอร์ท ฟรี และแถมโน่น นี่อีกสารพัด สุดท้ายก็เข้าสู่วงจรอุบาว์ท** .ที่นี่......http://jaratsak.blogspot.com/2011/08/blog-post.html. มีใครมีประสบการณ์อย่างนี้บ้างมาช่วยกัน แชร์ นะ ขอความกรุณาอย่าเรียกกว่า “แฉ” เลย เพราะเป็นการแบ่งปันความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ในสังคมไทย ให้รับทราบโดย


ทั่วกัน 30/10/56

วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556

***ข่าวดี !!! โรคสะเก็ดเงิน ไม่ยากเกินกับทางออก***






เรียนเชิญผู้สนใจ
ขอเชิญอาสาสมัครที่มีโรคสะเก็ดเงิน อายุ 20-60ปี ที่มีผื่นสะเก็ดเงินรุนแรงน้อย (ไม่เกิน 10% หรือประมาณ 10 ฝ่ามือ) เข้าร่วมโครงการวิจัยศึกษาเรื่อง ประสิทธิผลของการใช้เลเซอร์เอ็กไซเมอร์ร่วมกับเลเซอร์เพ้าส์ไดย์ในการรักษาสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนาณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กทม.
เป็นที่ทราบดีว่าโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง ที่มีสาเหตุทั้งปัจจัยภายในและภายนอกร่างกายเกี่ยวพันกันอย่างซับซ้อน ตัวการสำคัญที่พบว่าเกี่ยวข้องกับโรคคือ ลิมโฟไซต์ชนิดที และเส้นเลือดฝอย โดยในปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดวิธีหนึ่งที่สามารถรักษาสะเก็ดเงินให้หายขาด การรักษาปัจจุบันเป็นการหมุนเวียนและ ผสมผสานระหว่าง ยากิน ยาทา หรือการฉายรังสีอัลตราไวโอเลต แต่ก็ยังได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ในปัจจุบันเทคโนโลยีเลเซอร์เข้ามามีบทบาทในการรักษาสะเก็ดเงินมากขึ้น ได้แก่เลเซอร์เอ็กไซเมอร์ (excimer laser) และ เลเซอร์เพ้าส์ไดย์ (pulsed-dye laser)

หลักการที่นำมาใช้รักษาสะเก็ดเงินนั้น เลเซอร์เอ็กไซเมอร์จะไปลดจำนวนลิมโฟไซต์ชนิดที ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เกิดการแบ่งตัวของชั้นหนังกำพร้าและก่อให้เกิดเป็นผื่นหนาตามมา ส่วนเลเซอร์เพ้าส์ไดย์จะไปกำจัดเส้นเลือดฝอยใต้ผื่นสะเก็ดเงินนั้น ซึ่งเส้นเลือดเหล่านั้นเป็นตัวนำพาลิมโฟไซต์ทีมาที่ผื่น และเป็นตัวคงสภาพหล่อเลี้ยงผื่นสะเก็ดเงินไว้ จึงเป็นที่มาของการรักษาโดยใช้เลเซอร์ทั้งสองชนิดเพื่อกำจัดกลไกที่สำคัญทั้งสองคือ ลิมโฟไซต์ และ เส้นเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผื่นนั่นเอง

ถ้าท่านใดสนใจมารับบริการ ติดต่อ... คลินิกพิเศษสะเก็ดเงิน รพ.แม่ฟ้าหลวง กทม. วันพุธ และเสาร์ 9.00-11.00 น. สงสัยโทร 089-783- 9191  026644360

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ดูรายการโทรทัศน์ ทางช่อง 5 เรื่องโรคสะเก็ดเงิน และ เลเซอร์EXCIMER
ผ่านทาง youtube ฟรี..ที่นี่..
1)http://www.youtube.com/watch?v=gdfNRUNc1UU
2)http://www.youtube.com/watch?v=vcGj99qLKGo
3)http://www.youtube.com/watch?v=McHKeRjgDIo
4)คุยกับหมอชะลอวัย ตอน สิว  http://www.youtube.com/watch?v=_4-eTaMqPq0
5)ซีรี่ส์ ยอดนิยม สะเก็ดเงินรักษาได้???  http://www.youtube.com/watch?v=6mVWBspvqIA

สนใจติดต่อ โทร.089-783-9197,026644360 หรือ ที่ รพ.แม่ฟ้าหลวง (คุณน้อย) 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. รพ.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ (อโศก)
โทร. 02-6644360, 02-6642295

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

โรคด่างขาว โรคของคนรวย ?


               

                 ระยะหลังมานี้มีคนไข้ด่างขาว เข้ามาพบหมอมากขึ้นทุกวัน ลำพังคนที่เป็นด่างขาวเหมือนเป็นคนมีกรรมติดตัว เพราะไปที่ไหน ก็มักจะมีคนมองด้วยสายตาแปลกๆ หนำซ้ำเมื่อต้องการรักษาให้หาย ไปพบแพทย์ที่ใด หมอก็มักจะบอกว่า คุณ....ไม่หายหร็อก ( ขึ้นเสียงสูง )  อย่ารักษาเลย ไม่มีความหวัง!!! คนไข้ที่มีทุกข์ทางกายอยู่แล้ว เมื่อได้คำแนะนำเช่นนี้ เหมือนโดนสึนามิซ้ำเติม ทำให้จิตใจห่อเหี่ยว เศร้าหมอง หนักกว่าเดิม 




                ความจริงแล้วด่างขาวมีหลายประเภท ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วในตอนก่อนหน้านี้....http://jaratsak.blogspot.com/.......... ชนิดที่หายง่าย ก็หายเร็ว หายได้ไว  ส่วนชนิดที่ดื้อ ก็ต้องรักษาด้วยวิธีผสมผสาน เพื่อเพิ่มประสิทธิผล ของยาและนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อให้เซลล์เม็ดสีดำ กลับมาทำงานได้เป็นปกติ แต่โรคด่างขาวไปเกี่ยวข้องกับคนรวยได้อย่างไร ดังที่ได้จั่วหัวข้อไว้ เพราะปัจจุบันนี้มีคนไข้ และคนรวยจำนวนมาก มาพบผมด้วยเรื่อง ผิวหน้า ผิวคอ หรือหนังศีรษะ เป็นสีขาวๆ ด่างๆ  บางคนอาจมีอาการคัน และแสบ ตอนมีเหงื่อ 



            

                เมื่อตรวจร่างกายด้วยเครื่องมือพิเศษ ที่ผมขอเรียกมันว่า รังสีเหนือม่วง จะพบลักษณะเฉพาะของโรคนี้ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับครีม หรือโลชั่นที่ใช้ และผลิตภัณฑ์จำพวกนี้ก็มีราคาแพงมากเป็นพิเศษ เมื่อใช้ครีมเหล่านี้แล้ว ผิวหนังมักมีสีด่างๆขาวๆ ออกอาการคล้ายคนเป็นโรคด่างขาว  ถ้าใครที่สนใจอยากทราบรายละเอียดมากกว่านี้ ขอเชิญทุกท่านมาฟังการสัมมนาวิชาการ ที่มหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง อโศก กทม. จัดขึ้น ณ อาคารมหาวิทยาลัย ถ.สุขุมวิท 21

 ถ้าท่านใดสนใจมารับบริการ ติดต่อ... คลินิกพิเศษสะเก็ดเงินและด่างขาว รพ.แม่ฟ้าหลวง กทม. วันพุธ และเสาร์ 9.00-11.00 น. สงสัยโทร 085-336- 2009
โทร.089-783-9197 หรือ ที่ รพ.แม่ฟ้าหลวง (คุณน้อย) 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

อบรมโรคด่างขาว และสะเก็ดเงิน ผมร่วง ผมบาง 2 มีค. 56 ฟรี


ด่วน เปิดให้ท่านที่สนใจเข้าฟัง อบรมความรู้เรื่องโรคด่างขาว และสะเก็ดเงินฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น รับจำนวนจำกัด 30 คน
ที่รพ. ม.แม่ฟ้าหลวง 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110
สนใจติดต่อ โทร.089-783-9197,083-785-6941(คุณน้อย)
อบรมความรู้เรื่องโรคด่างขาว และสะเก็ดเงิน ฟรี....รุ่นที่ 2 วันที่ 2มีนาคม 2556

ข่าวดี!!!......ขณะนี้รพ.แม่ฟ้าหลวง กทม.ได้เปิดให้การตรวจรักษา โรคสะเก็ดเงิน ด่างขาว ผมร่วง และโรคภูมิแพ้ผิวหนังชนิดเรื้อรัง โดยไม่ใช้สารสเตียรอยด์ 

สนใจรายละเอียดติดต่อ...อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110
ถ้าท่านใดสนใจมารับบริการ ติดต่อ... คลินิกพิเศษสะเก็ดเงินและด่างขาว รพ.แม่ฟ้าหลวง กทม. วันพุธ และเสาร์ 9.00-11.00 น. สงสัยโทร 085-336- 2009
โทร.089-783-9197 หรือ ที่ รพ.แม่ฟ้าหลวง (คุณน้อย) 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.

วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

โลก(โรค)ของมนุษย์ ผู้มีผิวขาวพิเศษ

น.พ.จรัสศักดิ์  เรืองพีระกุล
อาจารย์ประจำ รพ.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ (อโศก)




 



ภาพที่ 1 แสดงผื่นด่างขาวบริเวณ คอและคาง ที่หายแล้ว ผู้ป่วยท่านนี้หยุดการรักษาแล้ว 


โรคด่างขาว (Vitiligo)

โลกไซเบอร์ยุคนี้มีการพูดกันถึงเรื่องผิวขาวมากเป็นอันดับต้นๆ  ผิวขาวใสใครๆก็รัก ใครๆก็ชอบ แต่ถ้าขาวเป็นหย่อมๆ หรือที่เราเรียกกันว่า โรคด่างขาว คงไม่มีใครอยากเป็นแน่ โรคด่างขาวเป็นโรคที่ผิวหนังผิดปกติเป็นสีขาวคล้ายสีสำลี เนื่องจากสูญเสียเซลล์สร้างเม็ดสี(melanocyte) โรคด่างขาวพบได้เกือบทุกเชื้อชาติ พบอุบัติการณ์ในเพศชายและเพศหญิงเท่าเทียมกัน(เสมอภาคทางเพศ) พบทั่วโลกประมาณ 0.1-2%  ส่วนใหญ่อายุที่เริ่มเป็นโรค ประมาณ 10-30 ปี


สาเหตุ 


เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสี (melanocyte) ที่ลดลง แต่ทำไมเม็ดสีมันลดลงยังคงไม่ทราบแน่ชัด อาจเป็นเพราะ
1.ระบบภูมิคุ้มกัน ที่ไม่ปกติ
2.พันธุกรรม
3.สารเคมีบางชนิด
4.สารต้านอนุมูลอิสระลดลง
5.อาจพบร่วมได้กับบางโรคเช่น โรคไทรอยด์ โรคเบาหวาน โรคเลือดบางชนิด

อาการ


ผื่นด่างขาวแบนราบ(ไม่นูน) สีขาวคล้ายสำลี ขอบเขตชัดเจน รูปร่างและขนาดแตกต่างกันที่ระยะและชนิดของโรค อาจพบเส้นผมหรือขนบริเวณรอยโรคเป็นสีขาวร่วมด้วยได้  สามารถพบด่างขาวได้ทุกตำแหน่งบนร่างกายแต่มักเริ่มเป็นจาก ปลายมือ ปลายเท้า ใบหน้า รอบดวงตา รอบปาก รักแร้ สะดือ ขาหนีบ และ ตำแหน่งที่มีการเสียดสีบ่อยเช่นเข่า ศอก บริเวณเยื่อบุ เช่น ปาก จมูก อวัยวะเพศ


การตรวจวินิจฉัย

โดยมากเราแยกแยะจากอาการผื่นจุดขาวเป็นหลัก ทั้งชนิดและความรุนแรงแตกต่างกัน หากไม่แน่ใจในข้อสรุป ควรใช้รังสีแสงเหนือม่วง (ไม่ใช่เหนือเมฆ 2) ตามภาพที่ 2 มีช่วงคลื่นประมาณ 365 nm มาใช้ช่วยในการวินิจฉัยโรค

 




ภาพที่ 2 แสดงอาการผื่นจุดขาวที่เห็นชัดเจนมากขึ้นเมื่อมองผ่านรังสีเหนือม่วง

  ชนิดของโรคด่างขาว มี3ประเภท ดังนี้

1.ด่างขาวเฉพาะที่(local)
พบรอยโรคจำนวนไม่มากเช่นกระจายตามเส้นประสาท
(segmental) มักพบผมขาวด้วยประมาณ 50%  , บริเวณเยื่อบุ(mucosal) เช่น ปาก รอบดวงตา อวัยวะเพศ 


2. ชนิดกระจายหลายตำแหน่ง(generalize)
พบรอยโรคกระจายสมมาตรกัน 2 ข้างของร่างกาย เช่น ใบหน้า แขน ขา (acrofacial)


3. ขาวเป็นหย่อมๆทั่วร่างกาย(universalis)
พบด่างขาวมากกว่า 80%ของพื้นผิวร่างกาย ชนิดนี้มักไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษา ต้องหาสาเหตุเพิ่มเติม เพราะมักจะเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน(autoimmune)






การรักษา


1.กลุ่มยาทาเช่น ยาสเตียรอยด์ (steroids) ยาทาโครลิมุส (tacrolimus) ยาทาวิทิสกิน(vitiskin)
2. การฉายแสงอาทิตย์เทียมชนิดเอ และ บี (UVB,PUVA)  โดยต้องมาฉายแสงอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง นาน 6 เดือนถึง 3 ปี
3.การผ่าตัดโดยวิธีย้ายผิวหนังปกติมาปลูกบนรอยโรคด่างขาว





ภาพที่ 3 แสดงด่างขาวที่มีขนาดเล็กลงหลังรักษาด้วยเอ๊กไซเมอร์



ชนิดของการรักษา(ต่อ)


4.เลเซอร์คลื่นแสงอาทิตย์ (Excimer 308 nm) เป็นทางเลือกหนึ่ง หากทุกวิธีที่กล่าวมาแล้วยังได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจ รายละเอียดที่นี่..........http://jaratsak.blogspot.com/2012/08/excimerlaser.html

5.หากไม่ตอบสนองต่อการรักษาทุกชนิดและผื่นมีมากกว่า 50%ของร่างกายอาจพิจารณาให้สารฟอกขาว  (MBEH ) เพื่อทำให้ผิวขาวทั้งตัวเหมือนนักร้องชื่อดังในอดีต(ไมเคิล แจ็คสัน)
ทั้งนี้ในระหว่างการรักษาควรใช้เครื่องสำอางทาทับเพื่อปิดรอยโรคและควรใช้ยากันแดดทาบริเวณรอยโรคร่วมกับการหลบแสงแดด 


เนื่องจากโรคนี้มีผลต่อคุณภาพชีวิต เป็นปมด้อยในใจผู้ใหญ่และเด็กหลายๆคน ใครๆก็มักไม่เข้าใจเห็นเป็นจุดเด่นไปได้  ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา มีผู้ป่วยหลายคนไม่กล้าออกนอกบ้าน กลัวคนอื่นรังเกียจ แต่ในความเป็นจริงแล้วโรคนี้ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด และไม่ติดต่อกันอย่างแน่นอน  แต่ถึงกระนั้นใครหลายคนก็อยากรักษาให้หายขาด  ปัจจุบันนี้มีการรักษาหลายวิธี การรักษาส่วนใหญ่ใช้เวลา 3 - 12 เดือนจึงจะรู้ผล ฉะนั้นก่อนที่ท่านจะตัดสินใจรักษาควรศึกษาให้ถ่องแท้เสียก่อน
เพราะต้องใช้เวลานาน และอาจมีผลข้างเคียงจากการรักษา ในรูปแบบแตกต่างกันไปนะครับ









 
  

ภาพที่ 4 แสดงโรคด่างขาวที่เริ่มตอบสนองต่อการรักษา

การตอบสนองต่อการรักษา


หากตอบสนองดีต่อการรักษาจะพบจุดสีน้ำตาลขึ้นบริเวณรูขุมขนของรอยโรคด่างขาว หรือพบว่ารอยโรคด่างขาวมีขนาดเล็กลง โดยการตอบสนองจะแตกต่างกัน
ขึ้นกับ.................................1.อายุ  2.ตำแหน่งที่เป็น    3.ระยะเวลาที่เป็นและ4.ชนิดของสีผิวผู้ป่วย เช่น คนอายุน้อย,ด่างขาวที่ใบหน้า คอ หรือลำตัว,เป็นด่างขาวมาไม่นาน(1-4 เดือน),ผู้ป่วยที่มีสีผิวเข้ม ทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมานี้ มักมีการตอบสนองที่ดีและเร็วกว่า แบบอื่นๆเป็นแน่ครับ ขอให้คนที่เป็นโรคด่างขาวศึกษาหาข้อมูลให้ละเอียด

แล้วท่านจะพบหนทางที่ทำให้โรคด่างขาวหายได้ในเร็ววันครับ ผมเอาใจช่วย ขอให้โชคดีครับ .......

    ขณะนี้ ทางโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ ได้เปิดให้บริการเลเซอร์รุ่นใหม่ตัวนี้ ทั้งโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โรคด่างขาว (Vitiligo)  ภาวะผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ ( Atopic dermatitis,Eczema ) ภาวะผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata ) ทั้งงานบริการตรวจรักษา และงานวิจัยเพื่อคนไทยโดยทั่วไป   
สนใจติดต่อ โทร.089-783-9197 หรือ ที่ รพ.แม่ฟ้าหลวง (คุณน้อย) 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ผื่นผิวหนังอักเสบ(ECZEMA) หายได้ไหม? ถ้าไม่ใช้สเตียรอยด์









โรคผื่นผิวหนังอักเสบ ECZEMA หรือ DERMATITIS
เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุดชนิดหนึ่ง มักมีอาการผื่นบวมแดง อาจมีตุ่มน้ำ มีน้ำเหลืองหรือตกสะเก็ดได้ ในบางคนถ้าเป็นนานๆผิวหนังจะหนามีสีคล้ำน้ำตาลจนถึงดำได้ เป็นได้ทั้งที่ใบหน้า ขา แขน ลำตัว หรือแม้กระทั่งในร่มผ้า และมักจะมีอาการคันเป็นสาเหตุสำคัญ ซึ่งจะนำให้เราไปพบแพทย์






สาเหตุที่พบได้บ่อย
 

1.ผื่นแพ้อาหารและเครื่องดื่ม เช่น อาหารทะเล,ของหมักดอง แอลกอฮอล์,ไวน์,เบียร์
2.ผื่นแพ้สัมผัส เช่น แพ้น้ำ,แพ้เข็มขัด,แพ้ฝุ่นหรือมลภาวะ,แพ้เกสรดอกไม้,แพ้ผงซักฟอก
3.ผื่นแพ้กรรมพันธ์ เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาภูมิไวเกินของร่างกาย เช่น ผื่นอะทอปิคมักพบในวัยเด็ก ส่วนมากจะหายเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่



การรักษา

1. หลีกเลี่ยงสาเหตุ
2. รักษาตามอาการและป้องกันสภาวะแทรกซ้อน
3. เข้าใจถึงการดำเนินโรค ติดตามป้องกันจนถึงที่สุดของโรค






สาเหตุที่ทำให้โรคเรื้อรัง  
1. ผู้ป่วยหรือแพทย์ไม่ทราบต้นเหตุของโรค จึงทำให้โรคไม่หาย
2. ผื่นเห่อมากขึ้นจากการรักษาด้วยตนเองแบบผิดๆ เช่น ทายาแก้อักเสบเช่นสเตียรอยด์ ทำให้ผิวบางและโรคลุกลาม หรืออาจจะแพ้ยาที่ทา
3. เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผื่นผิวหนังอักเสบแต่ละชนิด คือสามารถลามออกไปเป็นวงกว้าง 
การรักษาเฉพาะที่ 


1.ยากินแก้คัน เช่นยาต้านฮิสตามินสามารถลดอาการคันได้พอสมควร แต่ต้องระวังในผู้ที่ขับขี่ยวดยาน อาจหลับในได้ จึงควรพิจารณาให้ยาทาแก้คันจะดีกว่า

2.ยาแก้การอับเสบ ได้แก่ ยาทาหรือยากินสเตียรอยด์ซึ่งจะทำให้ผื่นยุบลงอย่างรวดเร็วภายใน2-4 วัน แต่หากผู้ป่วยยังไม่ทราบสาเหตุของผื่น อาจจะทำให้ โรคลุกลามมากกว่าเดิม โดยเฉพาะในบ้านเราที่ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงสเตียรอยด์กันอย่างเสรี มีทั้งริมถนน บนฟุตบาท รวมทั้งห้างค้าปลีกค้าส่งมากมาย และที่มาในรูปแอบแฝงยิ่งน่ากลัว เช่นครีมหรือยากินสมุนไพรต่างๆ ก็มักจะมีสารสเตียรอยด์ปลอมปน โดยไม่บอกกล่าวผู้บริโภค

3.การรักษาแนวใหม่ โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ (ตามภาพ) ซึ่งยังอยู่ในขั้นวิจัย และค้นคว้าต่อไป หากท่านใดสนใจ (คือไปรักษาที่ใดๆมาหมดแล้วก็ยังไม่หายซักที) สามารถติดต่อได้ที่รพ.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลว


 ขณะนี้ ทางโรงพยาบาล ได้เปิดให้บริการเลเซอร์รุ่นใหม่ตัวนี้ ทั้งโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โรคด่างขาว (Vitiligo)  ภาวะผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ ( Atopic dermatitis,Eczema ) ภาวะผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata ) ทั้งงานบริการตรวจรักษา และงานวิจัยเพื่อคนไทยโดยทั่วไป


สนใจติดต่อ โทร.089-783-9197,026644360 หรือ ที่ รพ.แม่ฟ้าหลวง (คุณน้อย) 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ความลับ (การรักษา) โรคสะเก็ดเงิน(Psoriasis)




เรื่องเงินๆทองๆ ใครๆก็รักใครก็ชอบ แต่สำหรับโรคที่มีคำว่าเงินผสมอยู่ด้วยนี้ กลับเป็นที่น่ารังเกียจของคนโดยทั่วไป ใครๆก็ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น เดิมทีเราเรียกผื่นชนิดว่าโรคเรื้อนกวาง เป็นผื่นผิวหนังที่มีลักษณะ ขุยสีขาว(สีเงิน)อยู่บนผื่นแดง ขอบผื่นชัดเจน ส่วนใหญ่มักเป็นที่ศีรษะ เข่า ข้อศอก รวมถึงเล็บ และพบที่อวัยวะเพศได้ แต่จริงๆแล้วก็เป็นได้ทุกที่ โดยเฉพาะที่ที่กดทับหรือสามารถเกาได้สะดวก


สาเหตุที่พบบ่อยๆคือ

1.การกดทับ หรือการเกา(Koebner phenomenon)
2.ยาบางชนิดเช่น สารสเตียรอยด์ ยารักษาโรคหัวใจเช่นB-blocker
3.อาการติดเชื้อบางอย่าง เช่นโรคหวัด ก็สามารถกระตุ้นให้สะเก็ดเงินลุกลามได้
4.แอลกอฮอล์
5.ความเครียด 
ในปัจจุบันเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับสาเหตุทางพันธุกรรมมากขึ้น โดยมักมีหลายๆสาเหตุ

ส่งเสริมให้โรคกำเริบลุกลามมากขึ้นได้ในคนๆเดียว
           ยาหรือวิธีการรักษาโรคที่มีในปัจจุบัน ไม่สามารถแก้ที่ต้นเหตุของโรคได้ เพียงบรรเทาอาการซึ่งพอหยุดยา ผื่นจะเห่อมากขึ้น และผลข้างเคียงอันเกิดจากยาเหล่านี้ก็มีมากมาย เช่นผิวบาง ผิวแพ้ง่าย ผื่นลุกลามมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ล่าสุดเดือน  ในงานประชุม AAD แพทย์ผิวหนังทั่วโลกมาสัมมนาวิชาการที่อเมริกาจำนวนมาก  มีการกล่าวถึงยาBiologic Treatment อย่างกว้างขวาง ซึ่งให้ผลการรักษาที่หายเร็วมาก แต่ไม่หายขาด พอหยุดยาก็จะเห่อใหม่อย่างรวดเร็ว
และราคาแพงมาก ผลข้างเคียงก็อาจทำให้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเช่นวัณโรค หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด รวมทั้งพบความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าใช้ยานี้ในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ซึ่งUS FDA ได้สั่งห้ามการใช้ยาRaptiva :ซึ่งอยู่ในกลุ่มยาชีวภาพ(Biological agent)เป็นการถาวรแล้ว
           โรคนี้จำเป็นต้องรีบรักษาแต่เนิ่นๆ และต้องดูแลตนเองให้ถูกวิธี มิฉะนั้น โรคเรื้อนกวางอาจลุกลามจนเป็นโรคเรื้อรังที่ยากต่อการเยียวยา  บางรายอาจมีอาการปวดข้อ ข้อต่อกระดูกติด บวมแดง โรคเบาหวาน โรคหัวใจแทรกซ้อน อาจพบโรคตามระบบของร่างกาย(systemic disease) อื่นๆร่วมด้วย ซึ่งการรักษายากมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ทางโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง (กทม.) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้ป่วยเป็นหลัก จึงนำนวัตกรรมใหม่ เช่น เลเซอร์รักษา, การฉายแสงรักษา และวิตามินธรรมชาติสูตรเฉพาะหลายชนิดมารักษาสะเก็ดเงิน เพื่อผู้ป่วยจะสามารถดูแลตนเองจนหายขาดได้ด้วยตนเอง ซึ่งผลเป็นที่ติดตามต่อไป
 

จากรูปด้านบนเป็นคนไข้สะเก็ดเงินคนเดียวกัน ข้อเท้าซ้ายใช้ยาสเตียรอยด์ทา เป็นๆหายๆร่วมปี พอหยุดยาจะเห่อมากกว่าเดิม แต่ข้อเท้าขวาไม่ได้ใช้ยาสเตียรอยด์ ผื่นเคยลามออกประมาณ 15cm.แล้วค่อยยุบเหลือ2cm. ปัจจุบันคนไข้คนนี้ผื่นหายสนิทแล้ว

 ขณะนี้ ทางโรงพยาบาล...  ได้เปิดให้บริการเลเซอร์รุ่นใหม่ตัวนี้ ทั้งโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โรคด่างขาว (Vitiligo)  ภาวะผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ ( Atopic dermatitis,Eczema ) ภาวะผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata ) ทั้งงานบริการตรวจรักษา และงานวิจัยเพื่อคนไทยโดยทั่วไป 


สนใจติดต่อ โทร.089-783-9197,  026644360  หรือ ที่ รพ.แม่ฟ้าหลวง (คุณน้อย) 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.



วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เอ็กไซเมอร์ เลเซอร์โรคสะเก็ดเงินและด่างขาว (Excimer Laser)

 

เอ็กไซเมอร์ เลเซอร์สะเก็ดเงินและด่างขาว  (Excimer Laser)
น.พ.จรัสศักดิ์ เรืองพีระกุล
อาจารย์ประจำ รพ.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ (อโศก)
 รพ.แม่ฟ้าหลวง  38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110





                เมื่อเอ่ยถึงเอ็กไซเมอร์ เลเซอร์ หลายๆคนคงนึกถึงการทำเลสิก ซึ่งจะใช้เครื่องเลเซอร์นี้ในการผ่าตัดรักษาสายตาสั้น หรือสายตายาว และสำหรับเรื่องที่จะกล่าวถึงนี้ก็ใกล้เคียงกัน แต่ไม่เหมือนกันทั้งหมด สืบเนื่องจากการรักษาโรคผิวหนังเช่น โรคสะเก็ดเงิน  โรคด่างขาว ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่ได้ผลชัดเจนหรือรักษาหายขาดได้ ทีมีแพร่หลายนอกจากการใช้ยาทารักษาแล้ว ในรายที่รอยโรคตอบสนองต่อการรักษาไม่ดี หรือรอยโรคกระจายกว้างมาก การฉายแสงอัลตราไวโอเลตชนิด A (ความยาวคลื่น  320-400 นาโนเมตร) หรือแสงอัลตราไวโอเลตชนิด B (ความยาวคลื่น 290-320 นาโนเมตร)  จะเข้ามามีบทบาทในการรักษาร่วมและให้ผลการรักษาที่ดีขึ้นได้บ้าง  แต่มีข้อเสียคือ  การเข้าตู้ฉายแสงอัลตราไวโอเลตอาจทำให้ผิวหนังส่วนที่ดีได้รับผลข้างเคียงจากการรักษา เช่น ผิวหนังแดงคล้ำ อาจไหม้ หรือเป็นมะเร็งผิวหนังในภายหลังได้
                ในปัจจุบัน จึงมีการพัฒนา การรักษาด้วยแสงให้จำเพาะเจาะจงต่อชนิดชองรอยโรคมากขึ้น  สามารถจำกัดพื้นที่การรักษาเฉพาะบริเวณรอยโรคได้โดยตรง  เพื่อลดผลกระทบต่อผิวหนังที่ปกติบริเวณข้างเคียงให้น้อยที่สุด โดยวิวัฒนาการล่าสุดของการใช้แสงรักษาดังกล่าวหมอขอเรียกว่า เลเซอร์แสงธรรมชาติ (เพราะเป็นแสงอาทิตย์ส่วนดี ช่วยกระตุ้นวิตามิน D และส่งเสริมการสร้างกระดูก) หรือ เอกไซเมอร์ เลเซอร์ดังที่ได้กล่าวไว้แล้ว Link ที่นี่...Curable Psoriasis? Excimer Laser   มีความยาวคลื่นแสง 308 นาโนเมตร (193nmในเลสิก)  มีคุณสมบัติในการทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวผิดปกติซึ่งเป็นเหตุทำให้เกิดผื่นอักเสบที่ผิวหนัง จึงได้มีการนำมาใช้เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1997 โดยนำมาใช้รักษาโรคสะเก็ดเงิน ผลการรักษาให้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ  โดยรักษา 1-3ครั้ง/สัปดาห์เป็นเวลาประมาณ  4-8 สัปดาห์  และผื่นอาจกลับเป็นขึ้นใหม่บ้าง ในเวลาประมาณ  4-6 เดือนหลังจากสิ้นสุดการรักษา

 
                 สำหรับโรคด่างขาว  เลเซอร์ชนิดนี้จะไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี(melanocyte) ที่อยู่บริเวณรากขนให้เคลื่อนตัวมาอยู่บริเวณชั้นผิวหนังบริเวณรอยโรค ผลการรักษาได้ผลดี พบการกลับมาของสีผิวตั้งแต่  57-100% ภายหลังการรักษา โดยเฉพาะรอยโรคบริเวณใบหน้าที่มีการกลับมาของสีผิวเกือบ 100%  โดยทำการรักษา 1-3 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นเวลา 1-6 เดือน  และมีการรายงานการกลับมาของรอยโรคด่างขาวประมาณ 15%  ที่เวลา 1-3 ปี หลังจากสิ้นสุดการรักษา ผลข้างเคียงหลังการรักษาที่พบได้ ไม่รุนแรง มักพบเป็นเพียงรอยแดงชั่วขณะ  อาการอื่นๆ เช่น ตุ่มพองหรืออาการคันพบได้น้อยมาก  ส่วนข้อห้ามสำหรับการใช้  Excimer laser  คือ  ผู้ที่มีภาวะแพ้แสง (Photosensitization)  นอกจากนี้ยังมีโรคอื่นๆ อีกที่นำประยุกต์รักษาได้  ได้แก่ ภาวะผื่นแพ้ผิวหนังอักเสบ ( Atopic dermatitis ) และ ภาวะผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata ) ซึ่งให้ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจเช่นกัน
                  U.S. FDA  หรือองค์การอาหารและยา  ประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับรองการใช้เลเซอร์ชนิดนี้  ในการรักษา โรคสะเก็ดเงินและโรคด่างขาวแล้ว เป็นเลเซอร์ชนิดที่มี ความแม่นยำสูง โดยไม่ก่อให้เกิดความร้อนหรือเกิดการทำลายเนื้อเยื่อ บริเวณข้างเคียง จึงมีความปลอดภัยสูง และมีผลข้างเคียงน้อย โดยเฉพาะเครื่องเอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer Laser) รุ่นใหม่นี้ มีคุณสมบัติที่โดดเด่น มากกว่าเครื่องเลเซอร์รุ่นอื่นๆ คือ มีความละเอียดและแม่นยำสูงมาก(Aiming Beam)  และด้วยความโดดเด่นที่ขนาดและลักษณะของจุดยิงของเลเซอร์ ทำให้พลังงานออกมาสม่ำเสมอ (Flat top Beam) ทำให้เพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี

 
                ขณะนี้ ทางโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ ได้เปิดให้บริการเลเซอร์รุ่นใหม่ตัวนี้ ทั้งโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โรคด่างขาว (Vitiligo)  ภาวะผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ ( Atopic dermatitis,Eczema ) ภาวะผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata ) ทั้งงานบริการตรวจรักษา และงานวิจัยเพื่อคนไทยโดยทั่วไป
กิตติกรรมประกาศ
               ผู้เขียนขอขอบคุณ พญ.ลาวัณย์ฉวี ยรรยงเวโรจน์  นักศึกษาปริญญาโท สาขาตจวิทยา สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (กทม.)ที่ได้ช่วยรวบรวมข้อมูลประกอบการเขียนในครั้งนี้

สนใจติดต่อ โทร.089-783-9197, 026644360 หรือ ที่ รพ.แม่ฟ้าหลวง (คุณน้อย) 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.
เอกสารอ้างอิง
1.       Passeron & Ortonne, (2006)  Use of the 308-nm excimer laser for psoriasis and vitiligo ,
Clinics in Dermatology, 24(1);3342
2.       J Am Acad Dermatol.  2009Mar;60(3):470-7
 3.      J Am Acad Dermatol. 2010 Jan;62(1):114-35

ติดตามเพิ่มเติมที่นี่...Curable Psoriasis?

 http://jaratsak.blogspot.com/2011_08_01_archive.html

และที่นี่... http://www.mfu.ac.th/other/hospital-bkk/admin/uploadCMS/upload/NnMon65115....PDF