วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Curable Psoriasis?

โรคสะเก็ดเงิน รักษาได้?
       โรคเรื้อนกวางเป็นชื่อเดิมที่เราเคยรู้จักกัน ซึ่งให้ความรู้สึกที่น่ารังเกียจขยะแขยง ด้วยเหตุนี้อาจารย์หมอโรคผิวหนังในอดีตจึงได้เปลี่ยนชื่อโรคนี้ใหม่ว่า โรคสะเก็ดเงิน ซึ่งบ่งบอกถึงลักษณะของผื่นที่เป็นขุยๆหรือสะเก็ดสีออกขาวๆคล้ายเหรียญเงิน และยังให้ความรู้สึกที่ดีกว่าชื่อเดิมเป็นไหนๆ แต่โลกก็ยังเป็นโรคอยู่วันยังค่ำ คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคนี้มักไม่หายขาดทั้งๆที่หาหมอ ใช้ยาเป็นประจำ อาจเป็นเพราะแพทย์ยังไม่รู้สาเหตุของโรคที่แท้จริง หนำซ้ำพอรักษาโรคยิ่งลุกลาม รุนแรงมากกว่าเดิม  สาเหตุของโรคสะเก็ดเงินที่เราทราบเช่น  การกดทับหรือการเกา(Koebner ),ยาที่มีสารสเตียรอยด์,ยารักษาโรคหัวใจบางตัวเช่นB-blocker,อาการติดเชื้อบางอย่าง เช่นโรคหวัด ก็สามารถกระตุ้นให้สะเก็ดเงินลุกลามได้,แอลกอฮอล์,ความเครียด,พันธุกรรม ฯลฯ

                                          หลังรักษาด้วยเลเซอร์ 308nm
     โรคนี้จำเป็นต้องรีบรักษาแต่เนิ่นๆ และดูแลตนเองให้ถูกวิธี มิฉะนั้นโรคอาจลุกลามจนเป็นเรื้อรังที่ยากต่อการเยียวยา  บางรายอาจมีอาการปวดข้อ ข้อบวมแดง โรคเบาหวาน โรคหัวใจแทรกซ้อน และอาจพบโรคตามระบบของร่างกาย(systemic disease) อื่นๆร่วมด้วย ซึ่งรักษายากมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาให้การรับรองว่า เป็นนวัตกรรมที่สามารถรักษาโรคสะเก็ดเงินได้ผลจริง(US FDA approved for Psoriasis)**(1) เทคโนโลยีนั้นก็คือ Excimer Laser เลเซอร์จะปล่อยพลังงานแสงที่ความยาวคลื่น308นาโนเมตร เป็นคลื่นรังสีUVที่ปลอดภัยเพราะกลไกมุ่งทำลายเฉพาะผื่นสะเก็ดเงิน โดยตรงเท่านั้น*(2) ทำให้ผิวหนังโดยรอบผื่นไม่ได้รับการกระทบกระเทือน  จึงลดความเสี่ยงของการก่อให้เกิดเซลล์มะเร็งต่อผิวหนังปกติ(carcinogenesis) และความจำเพาะนี้ เรายังสามารถเพิ่มอัตราการหายได้มากขึ้นและไวขึ้น ด้วยการใช้พลังงานที่สูงนั่นเอง*(3) หลังการรักษาด้วยเลเซอร์นี้ 3สัปดาห์ ผื่นสะเก็ดเงินจะเริ่มดีขึ้น โดยได้ผลดีมากถึง84%  ภายใน5สัปดาห์หลังเริ่มรักษา*(4) ยังติดอยู่ที่ปัญหาราคาเครื่องมือนี้สูงมาก จึงยังไม่มีให้เรารักษาในโรงพยาบาลในเมืองไทย   แต่นับเป็นข่าวน่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ผู้บริหารของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง   มีวิสัยทัศน์ได้เห็นถึงความสำคัญนี้  จึงได้นำเข้าเทคโนโลยีนี้เพื่อการรักษาและงานศึกษาวิจัย  โดยบุคคลทั่วไปก็สามารถเข้ารับบริการรักษาได้ อีกไม่นานแน่นอนครับ

น.พ.จรัสศักดิ์ เรืองพีระกุล
Board of Dermatology



สนใจติดต่อ โทร.089-783-9197,083-785-6941 หรือ ที่ รพ.แม่ฟ้าหลวง (คุณน้อย) 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. รพ.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ (อโศก)
โทร. 02-6644360, 02-6642295

      *1. J Am Acad Dermatol.  2009Mar;60(3):470-7
      *2. J Am Acad Dermatol. 2010 Jan;62(1):114-35
*3.Gottlieb AB.Product development for psoriasis .3rd ed. 1998.p.421-33

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

รักษาสิวให้หายเร็วๆไวๆ พิษภัยใกล้ตัวที่ต้องรู้

รักษาสิวให้หายเร็วๆไวๆ พิษภัยใกล้ตัวที่ต้องรู้
         ทุกวันนี้ สังคมของเราเป็นแบบเร่งรัดรวดเร็ว ทำอะไรๆก็ให้เร่งด่วน ไวไวเข้าว่า.....การรักษาสิวก็เช่นเดียวกัน ต้องให้หายแบบเร็วไว ประมาณว่าให้ทันใจวัยรุ่น แบบหายทันทีที่เห็นหน้าหมอ (วุ้ย..อะไรจะเว่อร์ปานนั้น) แต่หลายๆร้านก็พยายามโฆษณาชวนเชื่อให้เห็นกันอย่างนั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เหรียญมี2ด้านเสมอ มีขาวก็มีดำ มีมืดก็มีสว่าง มีประโยชน์ก็ยังจะมีโทษ เช่นเดียวกันกับการรักษาสิว อาจจะหายได้ทันทีในวันแรกที่รักษา แต่กลับมีข้อเสียตามมาอีกมากมาย (ซึ่งไม่ได้บอกไว้ในโฆษณา) โทษที่มากมายนั้นก็ได้แก่
      -ทำให้ผิวหน้าบาง (skin atrophy)
      -หน้าแดงง่าย เส้นเลือดแดงเห็นได้ชัดเจน(telangiectasia)
     -ผิวแพ้ง่าย (sensitive skin)
     -โดนแดดแล้วแสบหน้า (easily to sunburn)
     -ผิวติดเชื้อราและเชื้อไรได้ง่าย (low immunity)
     -เป็นตุ่มมากมายโดยที่เราไม่ทราบสาเหตุ (idiopathic rash)
     -ถ้าทารอบดวงตาอาจทำให้เป็นต้อหิน(glaucoma)ซึ่งเป็นสาเหตุของ

โรคตาบอด
     -ผิวแตกลายยืดขยายเป็นริ้วขนาน (striae-stretch mark)
     -ร่างกายและผิวหนังจะมีความดื้อยาอย่างรวดเร็ว(tachyphylaxis)
     -หน้ากลม แก้มป่องคล้ายซาลาเปา (moon face)
     -มีผื่นที่อก ไหล่ หรือแผ่นหลัง(steroid acne)
     -มีขนขึ้นดกดำกว่าปกติ  (hirsutism)
และท้ายสุดก็กลับเป็นสิวง่าย เป็นสิวเยอะ เห่อมากกว่าเดิม  ที่สำคัญคือเป็นสิวที่ รักษายากมากๆ  ต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย หนักหนาสาหัสกว่าเดิมอีกหลายสิบเท่าตัว เรียกว่ายิ่งรักษา ยิ่งถลำลึก เจ็บตัวแล้วยัง(ถูกหลอกให้)เจ็บใจอีก  อาจารย์ท่านหนึ่ง ได้เปรียบการรักษาสิวในปัจจุบันเหมือนเดินหลงเข้าไปในเขาวงกต(labyrinth) นับตั้งแต่นาทีแรกที่หลงไปใช้ครีมแบบด่วนทันใจ เหมือนดื่มน้ำผึ้งเจือยาพิษ  สุดท้ายก็ถอนตัวไม่ขึ้น ในระยะเวลา15-20ปีที่ผ่านมา วงจรอุบาทว์นี้ก็ยังมีอยู่มากมายในเมืองไทย แถมลามออกต่างจังหวัดและต่างประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของเรา
            จึงอยากจะฝากให้พวกเรา ได้ตระหนักถึงพิษภัยใกล้ตัว  ซึ่งในบ้านเรานั้นไม่ควรจะมีอีกเลย ผมเพียงแอบหวังอยู่ลึกๆในใจ  แต่ก็อดที่จะเป็นห่วงคนไข้ไม่ได้ เพราะทุกวันนี้รักษาคนไข้ที่หลงตกเป็นเหยื่อของเรื่องร้ายๆเช่นนี้เป็นประจำ อย่าลืมนะครับ มีพี่ให้บอกพี่ มีน้องให้บอกน้อง มีญาติกี่คนขอให้บอกให้หมด ถ้าท่านยังรักและห่วงใยคนรอบๆตัวท่าน ด้วยความปรารถนาดี





สนใจติดต่อ โทร.089-783-9197,083-785-6941 หรือ ที่ รพ.แม่ฟ้าหลวง (คุณน้อย) 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. รพ.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ (อโศก)
โทร. 02-6644360, 02-6642295

โดย: นพ.จรัสศักดิ์ เรืองพีระกุลและทีมงานโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง

ผลที่ตามมาเนื่องจากการรักษาสิวแบบหายไวไว  ที่เราเจอบ่อยๆ(ดูได้ในหัวข้อถัดไป)


วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สิวเรื่องง่ายๆ ทำไมรักษาย๊ากยาก!!


                 ให้เลือกเอาว่าจะเป็นสิว หรือผิวใสใสดี ถ้าเลือกได้ร้อยทั้งร้อย คงไม่มีใครเลือกสิวเป็นแน่ แต่ผู้ป่วยรายนี้กลับตรงกันข้ามนะครับ เหตุอันใดหรือเธอจึงเลือกเช่นนั้นเพราะเธอรักษาผิวหน้ากับหมอคลินิกชื่อดังแห่งหนึ่ง ติดตามการรักษามาตลอด 1ปีกว่าๆ เรียกว่าไม่เคยเบี้ยวนัดหมอเลย หน้าเธอจึงได้ใสกิ๊กตามภาพก่อนรักษา(1) 
(1.ก่อนรักษา)
แล้วเหตุอันใดหรือเธอจึงมีสภาพยับเยิน??ดังภาพต่อมา ก็เพราะเธอขาดยาหมอไม่ได้ เมื่อใดที่หยุดยาหมอเพียงแค่2-3วันเท่านั้น หน้าจะคัน มีตุ่มสิวขึ้นใหม่เสมอ โดยเฉพาะพักหลังๆมานี้ เธอสังเกตุว่า ผิวหน้าแพ้ง่ายมาก โดนแดดนิดหน่อยก็แสบหน้าแล้ว เธอจึงตัดสินใจ สอบถามจากคนที่รู้จริง ว่าสภาพผิวเช่นนี้คืออาการอะไร พอทราบว่าเป็นผิวที่เริ่มต้นของการติดยา(ไม่ใช่ยาบ้านะครับ แต่เป็นสารสเตียรอยด์ที่มักผสมในครีมหน้าขาวและครีมบำรุงทั่วไป) เธอจึงเลือกที่ หักดิบด้วยการเลิกใช้ครีมบำรุงเดิมอย่างเด็ดขาด และปล่อยให้สิวเห่อเต็มหน้าดังภาพ(2) 
(2.หลังรักษา)
 เพื่อถอนยาเดิมและจะไม่ยอมตกเป็นทาสของความโง่อีกต่อไป บัดนี้เธอชนะแล้วครับ สามารถชิตังเม ได้อย่างภาคภูมิใจ หมอขอแสดงความยินดีกับความอดทนของเธอด้วยนะครับ ท่่านใดเคยมีประสบการณ์เช่นนี้ มาร่วมแบ่งปันกันนะ แบ่งประสบการณ์ให้ความรู้แก่คนอื่นๆ สังคมของเราจะได้น่าอยู่ขึ้นเรื่อยๆนะครับ

สนใจติดต่อ โทร.089-783-9197 หรือ ที่ รพ.แม่ฟ้าหลวง (คุณจูน) 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

โรคขนคุดหรือผื่นผิวหนังเรื้อรังที่แขน(keratosis pilaris)


โรคขนคุดหรือผื่นผิวหนังเรื้อรังที่แขน(keratosis pilaris)
โรคนี้(keratosis pilaris)ใครไม่เป็น ไม่มีวันเข้าใจหัวอกคนร่วมชะตากรรมเป็นแน่ น่าเห็นใจมากๆ ตุ่มเล็กๆแค่นี้ สาหรับคนอื่นอาจจะมองดูจิ๊บจ๊อยๆ แต่แท้จริงแล้วเป็นแผลใหญ่ในใจของคนไข้ขนคุดจริงๆ มีหลายคนมาระบายให้หมอฟัง ถึงการพลาดโอกาสครั้งสาคัญในชีวิต ก็เพราะโรคที่คนอื่นเห็นเป็นเรื่องเล็กๆนี้เอง
บางครั้งที่เราลูบผิวแล้วรู้สึกสากๆ คล้ายกระดาษทราย บริเวณต้นแขน หรือต้นขา ยิ่งถ้าเป็นๆหายๆเรื้อรังที่แขนแล้วล่ะก็....ให้นึกถึงโรคที่ว่า..นี้ อาการโดยทั่วไป มีลักษณะเป็นตุ่มแข็งนูนขึ้นมาบริเวณรูขุมขน เมื่อมือสัมผัสแล้วหยาบ กระด้าง บางครั้งฝรั่งเรียกว่าหนังไก่(chicken skin and goose bumps) พบบ่อยมากถึง2ใน5ของจานวนประชากรและพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเกือบ2เท่า ตัว(1) ตุ่มมักเห่อชัดเจนช่วงฤดูหนาว(5) พบได้บริเวณต้นแขนด้านนอก บริเวณต้นขา แผ่นหลัง และอาจจะพบบริเวณผิวหน้าและคิ้วได้ ซึ่งบางคนอาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสิว สาเหตุ มักไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่าเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาเหตุจาก พันธุกรรม(autosomal dominant)และจะพบได้มากขึ้นในคนไข้ โรคผิวหนังที่มีความสัมพันธ์กับโรคภูมิแพ้ (Atopic dermatitis)(2)หรือในคนไข้โรคคล้ายเกล็ดปลา(Icthyosis vulgaris)
การรักษา เนื่องจากมีขี้ไคลอุดตันสะสม และมีการระคายเคืองบริเวณรูขุมขนอย่างเรื้อรัง ส่วนใหญ่จึงใช้การขัดถูออกด้วยสารต่างๆเช่นหินหรือวัตถุหยาบๆ หรือฟองน้านวด บางคนใช้วิธีแวกซ์ขน บ้างก็โกนหรือถอน(ทั้งไฟฟ้า+แหนบ) บ้างก็scrubขัดผิวหรือใช้ใยบวบ...วิธีการรักษาที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไป มักไม่ได้ผล บางคนชอบผลิตภัณฑ์สมุนไพร เช่นน้ามันมะพร้าวบริสุทธิ์,ว่านหางจระเข้,สมุนไพรแก้ขนคุด,สเปรย์กาจัดขน ทุกรูปเเบบแล้ว ก็ไม่ดีขึ้น...lotionบารุง,moisturizerก็แล้ว ก็ยังไม่เห็นจะหาย บางทีก็ลองรับประทานวิตามินรวมหลายชนิดทั้งที่ซื้อตามร้านขายยาและขายตรง ทั้งนี้ถ้ามาในรูปการกิน ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสิ่งที่รับประทานอาจมีอันตรายต่อตับ ไตหรืออวัยวะภายใน อาจทาให้เกิดพิษได้ และวิธีสุดท้ายก็มาปรึกษาหมอ อาจได้รับยาทาเพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิว ครีมบารุงผิวเข้มข้น, กรด lactic, กรดวิตามินเอ, และโลชั่นที่มีส่วนผสมของ AHA หรือ Urea อาจช่วยบารุงผิวให้ เนียนนุ่มขึ้นได้บ้างชั่วคราว แต่ไม่นานก็กลับเป็นใหม่อีก แม้กระทั่งสเตียรอยด์ก็เป็นที่นิยม แต่ห้ามใช้นานเกินไปเพราะผิวจะเสียและตัวโรคยิ่งลุกลามมากขึ้น โดยมากมักเป็นๆหายๆ เรื้อรัง(3) เนื่องจากเรายังไม่ทราบสาเหตุของโรคที่แท้จริงจึงยังไม่มีการรักษาใดที่หาย ขาดถาวร มีรายงานการใช้เลเซอร์ Pulsed dye(595nm)ได้ผลดี(2) แต่ผิวจะแดงคล้าไหม้ หลังทาอยู่ประมาณ20วัน ในรายงานยังระบุด้วยว่า ต้องทาซ้า
ประมาณ7 ครั้ง สรุปคือผิวหน้าต้องผ่านการแดงคล้าไหม้ อยู่ 7รอบ ขนคุดจึงจะดีขึ้น ซึ่งดูแล้วคงไม่เหมาะกับพวกเรานัก เลเซอร์อีกตัวคือ KTP 532(Potassium Titanyl Phosphate) ซึ่งเสี่ยงต่อการ ดา คล้าและไหม้ ของผิวหนังได้ง่ายและนาน(3) จะเห็นว่ายังไม่มีวิธีรักษาใดได้ผลดีจริงและปฏิบัติได้(4)
2 ปีกว่าที่หมอได้ดูแลรักษาผู้ป่วย โดยใช้เทคโลโลยี 1064-nm long-pulsed Nd:YAG  นี้ รักษาโรคkeratosis pilaris มากว่า100ชีวิต พบคนไข้บางคนเป็นน้อย บางคนเป็นมาก ถึงขั้นเป็นตุ่มแดงมีหนองอักเสบก็พบได้ บ่อยๆ ผลการรักษาส่วนใหญ่คนไข้พอใจถึงพอใจมาก แต่ถ้ายังไงเรามีอาการไม่มาก ผมแนะนาให้รักษาวิธีง่ายๆด้วยตนเองก่อน จนกว่าจะมีอาการขั้นสุดท้ายแล้วไม่หายจริงๆค่อยคิดถึงเลเซอร์ ลองมาดูรูปเปรียบเทียบก่อนและหลังรักษากันนะครับ
ภาพโรคขนคุดก่อนการรักษา หลังการรักษา3สัปดาห์ 
.http://www.mfu.ac.th/school/anti-aging/
..http://www.mfu.ac.th/school/anti-aging/admin/uploadCMS/news/DdMon45044.pdf.
น.พ.จรัสศักดิ์ เรืองพีระกุล


อาจารย์ประจำ รพ.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ (อโศก)
โทร. 02-6644360, 02-6642295(More contact:JARATSAK@GMAIL.COM)
*1. Poskitt L, Wilkinson JD. Natural history of keratosis pilaris. Br J Dermatol. Jun 1994;130(6):711-3.
*2. Kaune KM, Haas E, Emmert S, Schon MP, Zutt M. Successful treatment of severe keratosis pilaris rubra with a 595-nm pulsed dye laser. Dermatol Surg. Oct 2009;35(10):1592-5
*3. Dawn G, Urcelay M, Patel M, Strong AM. Keratosis rubra pilaris responding to potassium titanyl phosphate laser. Br J Dermatol. 2002 Oct;147(4):822-4.
*4. Andreas WG,Treating keratosis pilaris . J Am Acad Dermatol.Vol. 47, Issue 3:457
* 5.Arch Dermatol. Dec 2006;142(12):1611-6

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Psoriasis,more treatment more multiply





โรคสะเก็ดเงิน(Psoriasis) ยิ่งรักษา ยิ่งลุกลาม?

              โดยทั่วไปมักเข้าใจว่า เป็นโรคเรื้อรังและยังไม่มีวิธีใดๆรักษาให้หายได้ แต่เมื่อเราเริ่มดูแลรักษา โรคก็ไม่ควรลุกลามมากกว่าเดิม ผื่นควรจะทรงตัวและดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลับตรงกันข้ามเพราะอะไร แสดงว่าการรักษาที่มีในปัจจุบันยังไม่ถูก ที่ถูกทางเท่าที่ควร
           บทความก่อนหน้านี้(โรคสะเก็ดเงินPsoriasis)ได้เขียนให้เห็นถึง สาเหตุที่พบบ่อยๆของโรคสะเก็ดเงิน การดูแลรักษาและอันตรายจากยาในกลุ่มBiologic Treatmentsหรือกลุ่มยาชีวภาพ  ซึ่งให้ผลการรักษาที่เร็วมาก แต่ไม่หายขาด  รวมทั้งผลข้างเคียงค่อนข้างมาก   มาวันนี้จะพูดถึง ผู้ป่วยท่านหนึ่ง ชื่อน้องบี(นามสมมติ)เป็นโรคสะเก็ดเงินมา19ปี บีบอกว่า17-18ปีก่อน ผื่นของเธอมีจุดเพียงจุดเดียว ไม่ลุกลาม

  
 * รูปที่1 ผื่นจุดเดียว ไม่ลุกลามนาน17ปี
 
** รูปที่2 แผลเป็นที่ทำให้รู้ว่าเป็นสะเก็ดเงิน
 ตอนนั้นบียังไม่รักษาเพราะยังไม่ทราบว่าเป็นอะไร หลังจากเธอได้ตัดชิ้นเนื้อ(skin biopsyรูป2) เมื่อ1ปีที่แล้ว แพทย์บอกว่า เป็นสะเก็ดเงิน บีจึงเริ่มทายาสเตียรอยด์มาตลอด พอทาผื่นก็ยุบ พอหยุดยาตุ่มก็เห่อ หลังจากเริ่มรักษาไปได้1ปีเศษ ผื่นที่เคยเป็นเพียงเล็กน้อยก็ลุกลามมากกว่าเดิมเกิน100เท่า มากกว่า 100ตุ่ม (รูป3)
 
***รูปที่3 ผื่นเห่อลุกลามหลังการรักษาประมาณ1ปี
 แตกต่างจากผู้ป่วยอีกคนหนึ่งได้เป็นสะเก็ดเงินมา20กว่าปีแล้ว ผื่นกลับทรงตัว คงที่ เพราะคุณเอ(นามสมมติ)ถ่ายทอดประสบการณ์ให้อย่างน่าฟังว่า ...”ผมไม่เคยทาสเตียรอยด์เลย เพราะรู้ว่ามันไม่ดี” จากรูป4และ5....จะเห็นความแตกต่างกับน้องบีได้อย่างชัดเจน
****รูป4และ5คุณเอ(นามสมมติ)เป็นโรคสะเก็ดเงินมา20กว่าปี ผื่นทรงตัว คงที่

               ที่ผมได้เรียกให้เกียรติว่าเป็นผู้ป่วย ท่านนี้เพราะเธอมีน้ำใจงดงาม ตามปกติคนไข้ทั่วไปไม่ต้องการเปิดเผยเรื่องราวของตนเองโดยเฉพาะเรื่องโรคสะเก็ดเงิน ใครๆก็อยากปกปิดไว้แต่เพียงผู้เดียว แต่เธอท่านนี้เสนอว่า ยินดีขอเปิดเผยตนเองเป็นวิทยาทานเพราะสงสารคนอื่นที่จะต้องมาร่วมชะตากรรมเดียวกัน หมอซาบซึ้งในน้ำใจเธอมาก จึงต้องรีบนำเรื่องราวที่น่าประทับใจเช่นนี้ มาถ่ายทอดให้คนไข้โรคสะเก็ดเงินอื่นๆ ที่เคยเป็นมาแล้ว  เป็นอยู่ในปัจจุบันและที่กำลังจะเป็น ตามมาอีกในอนาคต ให้ได้รับทราบโดยทั่วกัน
              บทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ เพื่อให้คนไข้โรคสะเก็ดเงิน ได้ตระหนักถึงสิ่งรอบๆตัวเราที่บางทีถ้าไม่สังเกตก็จะไม่ทราบ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่เป็นสะเก็ดเงินแล้วจะต้องเป็นแบบนี้ทั้งหมดทีเดียวนะครับ หวังใจอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับทุกคนที่เข้ามาอ่าน คุณความดีนี้จะมีเพียงไร ขออุทิศให้ครูบาอาจารย์ของหมอทุกๆท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์ใหญ่(คนไข้ท่านนี้)นี่เอง.......http://www.mfu.ac.th/school/anti-aging/
..http://www.mfu.ac.th/school/anti-aging/admin/uploadCMS/news/DdMon45044.pdf.
น.พ.จรัสศักดิ์ เรืองพีระกุล


อาจารย์ประจำ รพ.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ (อโศก)
โทร. 02-6644360, 02-6642295
(More contact:JARATSAK@GMAIL.COM)