วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เอ็กไซเมอร์ เลเซอร์โรคสะเก็ดเงินและด่างขาว (Excimer Laser)

 

เอ็กไซเมอร์ เลเซอร์สะเก็ดเงินและด่างขาว  (Excimer Laser)
น.พ.จรัสศักดิ์ เรืองพีระกุล
อาจารย์ประจำ รพ.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ (อโศก)
 รพ.แม่ฟ้าหลวง  38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110





                เมื่อเอ่ยถึงเอ็กไซเมอร์ เลเซอร์ หลายๆคนคงนึกถึงการทำเลสิก ซึ่งจะใช้เครื่องเลเซอร์นี้ในการผ่าตัดรักษาสายตาสั้น หรือสายตายาว และสำหรับเรื่องที่จะกล่าวถึงนี้ก็ใกล้เคียงกัน แต่ไม่เหมือนกันทั้งหมด สืบเนื่องจากการรักษาโรคผิวหนังเช่น โรคสะเก็ดเงิน  โรคด่างขาว ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่ได้ผลชัดเจนหรือรักษาหายขาดได้ ทีมีแพร่หลายนอกจากการใช้ยาทารักษาแล้ว ในรายที่รอยโรคตอบสนองต่อการรักษาไม่ดี หรือรอยโรคกระจายกว้างมาก การฉายแสงอัลตราไวโอเลตชนิด A (ความยาวคลื่น  320-400 นาโนเมตร) หรือแสงอัลตราไวโอเลตชนิด B (ความยาวคลื่น 290-320 นาโนเมตร)  จะเข้ามามีบทบาทในการรักษาร่วมและให้ผลการรักษาที่ดีขึ้นได้บ้าง  แต่มีข้อเสียคือ  การเข้าตู้ฉายแสงอัลตราไวโอเลตอาจทำให้ผิวหนังส่วนที่ดีได้รับผลข้างเคียงจากการรักษา เช่น ผิวหนังแดงคล้ำ อาจไหม้ หรือเป็นมะเร็งผิวหนังในภายหลังได้
                ในปัจจุบัน จึงมีการพัฒนา การรักษาด้วยแสงให้จำเพาะเจาะจงต่อชนิดชองรอยโรคมากขึ้น  สามารถจำกัดพื้นที่การรักษาเฉพาะบริเวณรอยโรคได้โดยตรง  เพื่อลดผลกระทบต่อผิวหนังที่ปกติบริเวณข้างเคียงให้น้อยที่สุด โดยวิวัฒนาการล่าสุดของการใช้แสงรักษาดังกล่าวหมอขอเรียกว่า เลเซอร์แสงธรรมชาติ (เพราะเป็นแสงอาทิตย์ส่วนดี ช่วยกระตุ้นวิตามิน D และส่งเสริมการสร้างกระดูก) หรือ เอกไซเมอร์ เลเซอร์ดังที่ได้กล่าวไว้แล้ว Link ที่นี่...Curable Psoriasis? Excimer Laser   มีความยาวคลื่นแสง 308 นาโนเมตร (193nmในเลสิก)  มีคุณสมบัติในการทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวผิดปกติซึ่งเป็นเหตุทำให้เกิดผื่นอักเสบที่ผิวหนัง จึงได้มีการนำมาใช้เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1997 โดยนำมาใช้รักษาโรคสะเก็ดเงิน ผลการรักษาให้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ  โดยรักษา 1-3ครั้ง/สัปดาห์เป็นเวลาประมาณ  4-8 สัปดาห์  และผื่นอาจกลับเป็นขึ้นใหม่บ้าง ในเวลาประมาณ  4-6 เดือนหลังจากสิ้นสุดการรักษา

 
                 สำหรับโรคด่างขาว  เลเซอร์ชนิดนี้จะไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี(melanocyte) ที่อยู่บริเวณรากขนให้เคลื่อนตัวมาอยู่บริเวณชั้นผิวหนังบริเวณรอยโรค ผลการรักษาได้ผลดี พบการกลับมาของสีผิวตั้งแต่  57-100% ภายหลังการรักษา โดยเฉพาะรอยโรคบริเวณใบหน้าที่มีการกลับมาของสีผิวเกือบ 100%  โดยทำการรักษา 1-3 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นเวลา 1-6 เดือน  และมีการรายงานการกลับมาของรอยโรคด่างขาวประมาณ 15%  ที่เวลา 1-3 ปี หลังจากสิ้นสุดการรักษา ผลข้างเคียงหลังการรักษาที่พบได้ ไม่รุนแรง มักพบเป็นเพียงรอยแดงชั่วขณะ  อาการอื่นๆ เช่น ตุ่มพองหรืออาการคันพบได้น้อยมาก  ส่วนข้อห้ามสำหรับการใช้  Excimer laser  คือ  ผู้ที่มีภาวะแพ้แสง (Photosensitization)  นอกจากนี้ยังมีโรคอื่นๆ อีกที่นำประยุกต์รักษาได้  ได้แก่ ภาวะผื่นแพ้ผิวหนังอักเสบ ( Atopic dermatitis ) และ ภาวะผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata ) ซึ่งให้ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจเช่นกัน
                  U.S. FDA  หรือองค์การอาหารและยา  ประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับรองการใช้เลเซอร์ชนิดนี้  ในการรักษา โรคสะเก็ดเงินและโรคด่างขาวแล้ว เป็นเลเซอร์ชนิดที่มี ความแม่นยำสูง โดยไม่ก่อให้เกิดความร้อนหรือเกิดการทำลายเนื้อเยื่อ บริเวณข้างเคียง จึงมีความปลอดภัยสูง และมีผลข้างเคียงน้อย โดยเฉพาะเครื่องเอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer Laser) รุ่นใหม่นี้ มีคุณสมบัติที่โดดเด่น มากกว่าเครื่องเลเซอร์รุ่นอื่นๆ คือ มีความละเอียดและแม่นยำสูงมาก(Aiming Beam)  และด้วยความโดดเด่นที่ขนาดและลักษณะของจุดยิงของเลเซอร์ ทำให้พลังงานออกมาสม่ำเสมอ (Flat top Beam) ทำให้เพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี

 
                ขณะนี้ ทางโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ ได้เปิดให้บริการเลเซอร์รุ่นใหม่ตัวนี้ ทั้งโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โรคด่างขาว (Vitiligo)  ภาวะผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ ( Atopic dermatitis,Eczema ) ภาวะผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata ) ทั้งงานบริการตรวจรักษา และงานวิจัยเพื่อคนไทยโดยทั่วไป
กิตติกรรมประกาศ
               ผู้เขียนขอขอบคุณ พญ.ลาวัณย์ฉวี ยรรยงเวโรจน์  นักศึกษาปริญญาโท สาขาตจวิทยา สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (กทม.)ที่ได้ช่วยรวบรวมข้อมูลประกอบการเขียนในครั้งนี้

สนใจติดต่อ โทร.089-783-9197, 026644360 หรือ ที่ รพ.แม่ฟ้าหลวง (คุณน้อย) 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.
เอกสารอ้างอิง
1.       Passeron & Ortonne, (2006)  Use of the 308-nm excimer laser for psoriasis and vitiligo ,
Clinics in Dermatology, 24(1);33–42
2.       J Am Acad Dermatol.  2009Mar;60(3):470-7
 3.      J Am Acad Dermatol. 2010 Jan;62(1):114-35

ติดตามเพิ่มเติมที่นี่...Curable Psoriasis?

 http://jaratsak.blogspot.com/2011_08_01_archive.html

และที่นี่... http://www.mfu.ac.th/other/hospital-bkk/admin/uploadCMS/upload/NnMon65115....PDF


วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ร้อยไหมละลายยี่ห้อไหนดี What is the best Thread (TM) in Thailand?


         สืบเนื่องจาก งานอบรมไหมละลาย ที่ผมได้รับเชิญให้ไปบรรยาย เผยแพร่ความรู้ให้แก่คุณหมอทั่วประเทศ ในแต่ละครั้งจะมีคุณหมอเข้าฟัง ประมาณตั้งแต่ 10-300 ท่าน รวม 10 กว่าคอร์ส คุณหมอที่เข้าฟังรวมแล้วประมาณ 1000 กว่าคน หลายๆครั้ง และเกือบทุกๆการประชุมที่ผ่านมา มักมีจะมีคำถามกันมามาก  ว่าจะเลือกไหมยี่ห้อไหน  ไปใช้ที่คลินิก หรือโรงพยาบาลดี หรือแม้กระทั่งคนไข้ หรือลูกค้าเองก็ตาม มักให้ผมเลือกยี่ห้อไหมให้ ผมเองก็ตอบได้ไม่ค่อยเต็มปากนัก เพราะไหมละลายแต่ละยี่ห้อที่ได้รับอนุญาตจาก อย. ในบ้านเรา ก็จะมีจุดเด่น และจุดด้อยต่างกัน  เพื่อความกระจ่างชัดของข้อมูลเหล่านี้ ผมจึงเก็บรวมรวมจากคุณหมอที่มีประสบการณ์ ในการใช้ไหมครบ ทั้ง 3 ยี่ห้อในเมืองไทย(ยี่ห้ออื่นๆที่ไม่ได้นำมารายงาน ไม่ใช่เป็นเพราะไม่ดีนะครับ แต่เพราะยังไม่ได้รับอนุญาตจาก อย.) ที่ได้รับอนุญาติถูกต้องจาก อย.แล้ว ว่าเป็นเครื่องมือแพทย์ และสามารถนำมาใช้ในคนได้ โดยไม่ผิดกฏหมาย....................
ต่อไปนี้เตรียมพบกับผลการศึกษา วิจัย เปรียบเทียบข้อมูล ไหมละลายต่างๆที่ได้รับการรับรองจากอย. ไทย และเกาหลี เร็วๆนี้จะมีรายละเอียดเพิ่มเติม

สนใจติดต่อ โทร.089-783-9197 หรือ ที่ รพ.แม่ฟ้าหลวง (คุณน้อย) 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.

วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ร้อยไหม ไม่ดี มีอันตรายจริงหรือไม่ ?

โดย พญ.ศิริวรรณ กูรมะสุวรรณ
น.พ.จรัสศักดิ์ เรืองพีระกุลและทีมงาน
       เป็นประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดในเดือนนี้ (มิ.ย.55)  พบใครที่ไหนก็มีแต่คนถามโดยเฉพาะใน pantip......ลองมาแบ่งปันกันนะครับ (shareแล้วจะกด LIKE ก็ได้นะ 55)
       ถ้ามีคนถามเราว่า ขับรถเบนซ์ อันตรายไหม? แน่นอน ถ้าขับไม่เป็น แล้วดันทุรัง หรือคนขับรถ เพิ่งจะฝึกหัดใหม่ๆ  หรือว่า..เมาแล้วขับ ชีวิตย่อมอยู่บนเส้นด้ายได้ฉันใด การร้อยไหม ก็ฉันนั้น ที่เปรียบรถยี่ห้อ เบนซ์ ก็เนื่องจาก รถยนต์มีหลายแบรนด์ ไหมก็มีหลายยี่ห้อ และ หลายประเภท    PDO หรือ Polydioxanone จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ประเภทหนึ่งที่ได้รับการยอมรับกันทั่วโลกว่า เป็นวัสดุเย็บแผล (suture material) ที่ดีที่สุดในทุกด้าน**(1)  มีประสิทธิภาพสูงสุด(best tensile strength) แพ้น้อยที่สุด( least allergy) ติดเชื้อน้อยที่สุด (minimal infection) เมื่อเปรียบเทียบกับไหมอีก 5 ประเภทที่ได้รับความนิยมก็สู้PDOไม่ได้ และมีรายงานทางการแพทย์มากมายที่นำเอา PDO มาเป็นโครง(scaffold)เพื่อให้ stem cell **(2) ยึดเกาะเพิ่มจำนวนอย่างมีระบบ และสร้างเป็นอวัยวะที่สมบูรณ์อย่างมีระเบียบ  แต่ที่สังคมติดใจ ในคำถามที่จั่วหัวเรื่องไว้เพราะอะไร  ที่เป็นเช่นนั้นเพราะทุกวันนี้ ชาวบ้านมีเรื่องร้องทุกข์เข้าร้องเรียนไปยัง หน่วยงานของรัฐ เช่น อย.และแพทยสภาเป็นจำนวนมาก  ทำให้สังคมเกิดคำถามคาใจ ไหนหมอที่ร้อยไหมบอกว่าดีไง ?แล้วความจริงเป็นเช่นไร  ลองมาดูกันนะครับ
 ต่อไปนี้เป็นคำตอบ ที่ผมรวบรวมอันตรายอันอาจเกิดขึ้นได้จากการร้อยไหม(ถ้าไม่ระวัง!!) มีดังนี้
1.ตาบอด (blindness) ถาวร
2.หน้าพิการ เช่นปากเบี้ยว หน้าไม่สมมาตร (asymmetrical  face)
 3.ติดเชื้อเรื้อรัง  ผิวหนังอักเสบเป็นหนอง (chronic infection)
4.เกิดแผลเป็นนูน  ถ้าเป็นมากอาจเป็นคีลอยด์ได้ (hypertrophic scar,keloid)
5.เกิดรอยดำ คล้ำบริเวณที่ร้อยไหม (bronzed skin,postinflammatory hyperpigmentation)
6.เป็นรอยหลุมสิว ผิวที่เคยเรียบเนียน กลับมีรอยบุ๋มมากกว่าเดิม (uneven skin texture )
7.มีตุ่มนูนคล้ายสิว อาจแดงหรือไม่แดงก็ได้ (acne-like scar)
8.เครียด วิตก กังวล นอนไม่หลับ (psychogenic problems)
9.ผิวฟกช้ำดำเขียว บางคนนูนใหญ่เท่าลูกมะกรูดก็พบได้บ่อยๆ (severe contusion)
อันตรายข้อแรก(ตาบอด) ยังไม่มีรายงานในปัจจุบัน หรือ พวกเราจะรอจนกว่าถั่วจะสุก งาก็จะไหม้ ??
ถ้างั้นควรยกเลิกการขับรถเบนซ์กันดีไหม หรือตรงกันข้าม ควรฝึกหัดเรียนรู้ให้เป็นระบบ ก่อนที่สายเกินการณ์
แต่ก็ใช่ว่าการร้อยไหมจะเป็นอันตรายเสมอไปเพราะคิดว่าทุกท่านน่าจะทราบกันดี ผลดีจะเกิดขึ้นมากและผลข้างเคียงจะเกิดขึ้นน้อยที่สุดก็ต่อเมื่อ เราใช้ไหมที่ดีมีประสิทธิภาพสูง ทำหัตถการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและใช้อย่างระมัดระวัง อันตรายดังกล่าวก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น หรือเกิดน้อยที่สุด โดยสรุป......ทั้งหมดที่กล่าวมานี้  “จะดีหรือร้าย....................................... คุณคือผู้เลือก”

หมายเหตุ**คำว่าร้อยไหมในที่นี่ หมายเฉพาะ PDO เท่านั้น ไม่ใช่วัสดุ ไหมทอง goldthread,catgut,vicryl,polyglactin, polyamide, polypropyleneและmetallic clips
กิตติกรรมประกาศ
                ผู้เขียนขอขอบคุณ พญ.ศิริวรรณ กูรมะสุวรรณ อาจารย์ประจำสาขาตจวิทยา สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (กทม.)ที่ได้ช่วยรวบรวมและแก้ไขข้อมูลประกอบการเขียนในครั้งนี้


ภาคตจวิทยา รพ.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ (อโศก)




สนใจติดต่อ โทร.089-783-9197,083-785-6941 หรือ ที่ รพ.แม่ฟ้าหลวง (คุณน้อย) 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.
(More contact:JARATSAK@GMAIL.COM)
more details....................

http://www.mfu.ac.th/other/hospital-bkk/index.php
Reference;
*(1)Significant differences in skin irritation by common suture materials assessed by a comparative computerized objective method. Plast Reconstr Surg. 2011 Mar;127(3):1191-8.
*(2)Repair of osteochondral defects with a construct of mesenchymal stem cells and a polydioxanone/poly(vinyl alcohol) scaffold. Jeong WK, Oh SH, Lee JH, Im GI. Biotechnol Appl Biochem. 20pjk’mujgxHo-jk;gl,vwx08 Feb;49:15dbf-7hoohvpg5-64.

วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2555

ร้อยไหม ทำไมไม่ได้ผล? ทำที่ไหนดี? ไหมทองคำดีไหม?



ร้อยไหม ทำไมไม่ได้ผล? จะทำที่ไหนดี? ไหมทองคำดีไหม?

                    ช่วงนี้มีคำถามจากพวกเรามากมาย ตอบกันแทบไม่ทันเลย ตอนแรกผมเองว่าจะไม่เขียนเรื่องนี้สักพักหนึ่ง แต่เพราะความแรงของไหม เหมือนสุภาษิตที่ท่านว่า “น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวาง” ทางวงการความงามกำลังตื่นตัวกันมาก  มีหลากหลายความคิดความเห็น ของหมอและผู้เชี่ยวชาญมากมาย ที่สำคัญคือ ผลการรักษาที่ออกมาจากหลายๆแห่ง ก็เป็นเครื่องยืนยันผลตอบลัพธ์ที่แตกต่างกันมาก บางแห่งทำแล้วประทับใจสุดๆ แต่บางสถาบันก็สุดเหมือนกัน แต่สุดจะทน!! ทำให้ชาวบ้านผู้บริโภคทั่วไป กำลังสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น จะเชื่อใครดี ? บางคลินิก ก็เปลี่ยนเกม ด้วยการเอาไหมทองคำมาเป็นจุดขายใหม่ (ทั้งที่ไม่ผ่าน อย. ไทย และอย.เทศ) 

ที่เป็นเช่นนี้เพราะการร้อยไหมนั้น มีรายละเอียดที่เรายังรู้กันไม่หมด ที่เราทราบกันมีเพียงว่า ไหมราคาเส้นละเท่าไร ,หลังร้อยไหมแล้วจะมีคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวตึงขึ้นอย่างไร , มีคลินิคไหนโฆษณาและเปิดให้บริการบ้าง หัวข้อคร่าวๆเหล่านี้เรารู้กันดีแล้ว
 



แต่สิ่งที่เรายังไม่ค่อยทราบกัน ว่าทำไมไม่ได้ผล ก็ได้แก่
 1.ขนาดเล็ก หรือใหญ่ของเข็มและความหนาไหม มีผลต่อการยกกระชับผิว (เข็มมีประมาณ 5 ขนาด,ไหมมีความหนา 6 ขนาด หนาตั้งแต่ 7-0 ถึง 2-0)
2.ความยาวของเข็มและไหมที่ใช้  ถ้าใช้ไหมสั้น ราคา(ที่ผู้รับบริการจ่าย) ย่อมแพง เพราะต้องใช้ไหมจำนวนเยอะกว่า และเห็นผลน้อยกว่า(ทั้งนี้การเลือกใช้ไหมแบบใดขึ้นกับตำแหน่งที่จะร้อยไหมและปัญหาเฉพาะรายบุคคล)
3.เทคนิคการร้อยไหม (PDO Thread lift) ที่มีมากมายกว่า 10 แบบ เช่นการร้อยขึ้น หรือร้อยลง,การร้อยแบบตารางเหมือนสานเสื่อ(crosshatch) ,การร้อยแบบด้น (sound wave) หรือ ร้อยแบบใส่ไหมตรงๆ (fine thread lift,FTL) ต่างกันมั้ย ไหมใกล้จะดึงไหมไกล? หรือไหมลึกจะดึงไหมตื้นจริงไหม? การใส่ไหมเข้าในกล้ามเนื้อ ตรงไหนดีที่สุด? การใส่ไหมตามแนวขน มีผลที่ได้ต่างจากทิศตรงข้ามไหม? หรือการร้อยไหมในผิวชั้นหนังแท้ ,ชั้นไขมัน ,ผิวชั้นลึก(SMAS),หรือการเกี่ยวligament ที่หน้า,etc เหล่านี้ยังมีอีกรายละเอียดอีกมากมายที่เราต้องพิจารณา หาคำตอบกัน
 
4.จำนวนเส้นไหมที่ได้ใส่บนใบหน้า แต่ละตำแหน่ง แต่ละคน ย่อมไม่เท่ากัน ขึ้นกับความรุนแรงของปัญหาที่จะแก้ไข และสภาพผิวหนังของแต่ละบุคคล
5.ไหมpolydioxanone (PDO) ที่ผ่าน อย. ในเมืองไทยขณะนี้มี 3-4 ยี่ห้อ botox ของอเมริกา ต่างจาก botox ของจีนแดง ฉันใด ไหมแต่ละแบรนด์ย่อมแตกต่างกันฉันนั้น ทั้งความคมของเข็ม ความหนาและความเหนียวของไหม การเลือกใช้ไหมละลายแต่ละค่าย แต่ละเบอร์ ย่อมได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างแน่นอน
6.การดูแลก่อน-หลังทำหัตถการ ดูแลและเตรียมตัวได้ถูกต้องไหม การกินยาบางชนิดทำให้ผิวหนังเราช้ำง่าย เลือดออกง่ายผิดปกติ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งสภาพพื้นฐานของผิวหนังแต่ละบุคคล บางคนมีโรคประจำตัวเช่น ความดันหรือเบาหวาน ก็ไม่แนะนำให้ทำ เพราะอาจทำให้ผิวช้ำง่าย จากการกินยาละลายลิ่มเลือดบางชนิด


ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ เราๆท่านๆคงต้องพิจารณากันให้ดีนะครับ

โดย น.พ.จรัสศักดิ์ เรืองพีระกุล 

สนใจติดต่อ โทร.089-783-9197,   026644360หรือ ที่ รพ.แม่ฟ้าหลวง (คุณน้อย) 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.




(More contact:JARATSAK@GMAIL.COM)
more details....................

http://www.mfu.ac.th/other/hospital-bkk/index.php

วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ร้อยไหมละลาย (PDO THREAD LIFT) ลวงหลอกหรือบอกจริง?



        

          โดย น.พ.จรัสศักดิ์ เรืองพีระกุล

อาจารย์ประธานหลักสูตรตจวิทยา รพ.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ (อโศก)
  เมื่อความชรามาเยือน เรือนกายหรือผิวหน้าก็เริ่มหย่อนคล้อย บางคนก็ย้อยจนหน้าตาเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นคิ้ว หนังตาตก ร่องแก้มลึก แก้มห้อยย้อย ถ้าอายุมากจริงๆ ย้อยจนย้วย การผ่าตัดดึงหน้าเป็นวิธีมาตรฐานที่ศัลยกรรมตกแต่งได้ใช้มานานหลายปี แต่ถ้าอายุยังไม่เยอะ หรือ ไม่อยากดมยาสลบ หรือ กลัวการผ่าตัด การใช้เลเซอร์ คลื่นความถี่วิทยุ( fractional RF)การใช้ยาฉีดต่างๆ เช่นBotulinum toxin A,คอลลาเจน ฟิลเลอร์ ฯลฯก็เป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้
              แต่ปัจจุบัน การพัฒนาเทคนิคและเทคโนโลยีเพื่อช่วยคืนความอ่อนเยาว์สู่ผิวหน้าโดยเฉพาะกระแสเกาหลีมาแรง แซงทุกโค้งของหัตถการชะลอวัยนั้นได้แก่ การยกกระชับใบหน้าด้วยไหมละลาย (PDO THREAD LIFT) ถือเป็นทางเลือกที่มีกระแสตอบรับมาอันดับหนึ่งในช่วง4-6 เดือนนี้ เพราะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า  แต่ไม่ต้องการให้เกิดแผลเป็น  การดึงหน้าด้วยวัสดุทางการแพทย์ที่เรียกว่า สารPolydioxanone (PDO)ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการยกกระชับใบหน้าที่หย่อนคล้อย ผ่านเส้นเอ็นขนาดเล็ก (ประมาณเส้นผม)  ที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ รวมทั้งมีความปลอดภัยในช่วง10กว่าปีมานี้ PDOได้นำมาใช้เย็บหลอดเลือด,เย็บไส้เลื่อน (1),ใช้เสริมสร้างกระดูกร่วมกับ stem cell (2) , etc ไหมละลายนี้สามารถสลายตัวไปเองได้ภายใน 6-8 เดือน ผสมผสานเข้ากับเทคนิคการร้อยไหมแบบประยุกต์ (Advance Pattern)  จึงสามารถยกกระชับใบหน้าได้อย่างน่าพอใจและคงตัวอยู่ได้เป็นเวลานาน 1-2 ปีโดยแพทย์ที่มีความชำนาญเป็นพิเศษ จะสอดใส่อุปกรณ์ผ่านชั้นที่เหมาะสมของใบหน้าโดยไม่เกิดอันตรายต่ออวัยวะสำคัญใดๆ และเป็นชั้น SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic System) ที่แข็งแรงพอ ที่จะทำให้เกิดแรงดึง เพื่อต้านการหย่อนคล้อยของใบหน้าและยกกระชับชั้นผิวเข้าสู่ระดับที่เหมาะสม   
วิธีการนี้ใช้เวลาไม่นาน (15-45นาที) ก็สามารถกลับบ้าน วันรุ่งขึ้นก็ทำงานได้เลย อาจมีเพื่อนร่วมงานทักบ้างว่า เอ๊ะ เธอไปทำอะไรมา ดูดีขึ้นแต่.......มองไม่ออกว่า หน้าดูดีขึ้นเป็นธรรมชาติเพราะอะไร   หรือในทางตรงข้าม อาจถูกทักว่าโดนแฟนตบหรือเปล่า 55 (เพราะบางคนอาจมีรอยจ้ำเขียวเล็กน้อย) สาวๆส่วนมากก็มักจะแต่งหน้าปกปิดรอยช้ำได้อย่างไม่มีปัญหา 
 
                   ผมขออนุญาต เปรียบเทียบผิวหนังของเรากับโซฟา จะเห็นได้ชัดเจนว่า สภาพที่เก่า(แก่) ที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ หากเราจะซ่อมให้ดูดี การแก้ไขหรือเปลี่ยนเพียงเบาะหนังภายนอกคงยังไม่พอ เพราะสปริง หรือฟองน้ำภายในที่มีสภาพทรุดโทรม เช่นเดียวกันกับผิวหนังของเรา หากแก้ไขแต่เพียงภายนอก โดยไม่สนใจ คอลลเจน, elastic fibers , หรือชั้นSMAS ที่เปรียบเหมือนรากฐานของผิว และช่วยเสริมความยืดหยุ่นจากภายใน การรักษาหรือแก้ไขนั้นคงได้ผลลัพท์ที่ยังไม่เข้าขั้นบูรณาการแน่นอน 
ประโยชน์ของการใช้ไหมดึงหน้า***
1.
เห็นผลยกกระชับและช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ชัดเจนทันที
2.
เห็นผลได้ชัดเจนมากขึ้นในอีก 1 เดือนถัดมา โดยจะเห็นผลสูงสุดที่ 2-3 เดือนหลังทำ จากการที่ไหมไปกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรง ช่วยซ่อมแซมต่อเนื้อเยื่อให้มีการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและระบบน้ำเหลือง ทำให้เห็นผลยกกระชับที่เพิ่มขึ้น
3.
ไม่ใช่การผ่าตัด จึงไม่มีแผลขนาดใหญ่ อาจมีรอยเข็มเล็กๆเพียง 1-2วัน
4.
หลังจากการทำไม่ต้องพักฟื้น สามารถแต่งหน้าใช้ใบหน้าได้ตามปกติทันที สามารถใช้ชีวิตตามปรกติได้
5.
อาจมีรอยเขียวช้ำเกิดขึ้นได้ แต่ก็เพียงเล็กน้อย จึงใช้เวลาพักฟื้น (Down Time) น้อยมาก
6.
เพราะไม่ใช่การผ่าตัด จึงมีความเจ็บปวดที่เกิดในขณะทำและหลังจากทำเพียงเล็กน้อย
***ประโยชน์ทีจะได้รับจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ สภาพพื้นฐานของผิวหนังแต่ละบุคคล,เทคนิควิธีการร้อยไหมของผู้เชี่ยวชาญ,การดูแลก่อนและหลังทำหัตถการ,การเลือกชนิดของไหมและเข็มที่ใช้,ปัจจุบันผลที่ได้รับข้างต้นเป็นที่นิยมในเกาหลี แต่ยังไม่มี publication ในยุโรปหรือ อเมริกา

 

                ท้ายสุดนี้ มีถามกันมามากเรื่องไหมทองคำ Gold Thread นี้ มีมานานหลายสิบปีแล้ว  โดยปกติธรรมชาติของทองคำแท้ จะมีคุณสมบัติเป็นธาตุเฉื่อย หากคิดตามทฤษฏีแล้ว การร้อยไหมทองคำแท้ มักจะไม่เกิดประโยชน์ แต่ความเป็นจริง รายงานจากญี่ปุ่น ที่มีการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ (3) พบว่าการใส่ไหมทองคำแท้(99.99%) ในหนู ทำให้ผิวหนังเกิดปฏิกิริยาแบบช้าๆ (delay tissue reaction) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไหมทองก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้อย่างถูกกฏหมายจาก อย.ไทย และอย.อเมริกาและยังจะหมดโอกาสในการเข้ารับบริการ MRI ต่อไปในอนาคต (หากมีความจำเป็นในการตรวจร่างกาย) เพราะฉะนั้นก่อนจะตัดสินใจทำอะไร ต้องคิดให้รอบด้าน กวาดลานสายตาให้รอบทิศ แล้วชีวิตจะไม่เสียใจในภายหลังนะครับ
 

สนใจติดต่อ โทร.089-783-9197,  026644360หรือ ที่ รพ.แม่ฟ้าหลวง (คุณน้อย) 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.
(More contact:JARATSAK@GMAIL.COM)
more details....................

http://www.mfu.ac.th/other/hospital-bkk/index.php



 

ไหมรุ่นใหม่ ที่claimว่า ได้ผลดีกว่ารุ่นเดิมๆ
 references ;
1.Byrd JF, Agee N, Nguyen PH, Evaluation of composite mesh for ventral hernia repair.
JSLS. 2011 Jul-Sep;15(3):298-304
 2.Lee JH, Kim JH, Oh SH, Kim SJ.Tissue-engineered bone formation using periosteal-derived cells and polydioxanone/pluronic F127 scaffold with pre-seeded adipose tissue-derived CD146 positive endothelial-like cells.    Biomaterials. 2011 Aug;32(22):5033-45. Epub 2011 May 2
3.Kurita M, Matsumoto D.Tissue reactions to cog structure and pure gold in lifting threads: a histological study in rats.
Aesthet Surg J.2011 Mar;31(3):347-51.

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Treatments of melasma 2012


Melasma is a skin disorder. It is caused by pigment cells (Melanocytes) that create blackpigment (melanin) more than needed and it causes an eruption or dark brown bands on skin. It often appears on the area where exposed to sunlight, such as the cheekbones, nose, forehead, chin and upper lip .The most likely is spreading all over the face. It is often found in women than men and more common in middle age. 
The cause of melasma 
Most of the blemish found in Thailand may have been cured with the skin doctor. Some people used illegal whitening cream, epilation cream, some cream that melts into skin or cream that makes the skin thinner. The reason of blemish causing is because skin, as a body wrap, protects the threat from the outside. Skin is like having a fence around the house if we dismantle the fence or wrought iron, our house will look beautiful but the beast or robber will come to destroy property and lives. Dealing with blemish the wrong way as already mentioned above does not help but make the problem worse.

In addition, other causes are:
* Sunlight: Ultraviolet A and B stimulate the pigment cells to malfunction.
* Hormones: The amount of the hormone estrogen, increased during pregnancy, contraceptive pills or hormone                     replacement therapy in the elderly.
* Cosmetic: Allergies of cosmetics’ ingredients such as perfume, color/flavor contains in cosmetics or preservatives
* Genes: Melasma is more likely to be found in Asians than others, and in the family,children, about 1 in 5 or 10, can be at risk.
* Anticonvulsants: Hydantoin and Dilantin

In addition, other causes are:
* Sunlight: Ultraviolet A and B stimulate the pigment cells to malfunction.
* Hormones: The amount of the hormone estrogen, increased during pregnancy, contraceptive pills or hormone                     replacement therapy in the elderly.
* Cosmetic: Allergies of cosmetics’ ingredients such as perfume, color/flavor contains in cosmetics or preservatives
* Genes: Melasma is more likely to be found in Asians than others, and in the family,children, about 1 in 5 or 10, can be at risk.
* Anticonvulsants: Hydantoin and Dilantin..

Treatment
Divided into three steps, ie.
1. Creating new skin cells by eating more fruits and vegetables rich in antioxidant. In order to reduce the recurrence of melasma is to stop using creams that contain epilation’s ingredients such as fruit acids, vitamin A, or even steroids which conceal in creams.
2. Protecting the skin from sun exposure during the period 10:00 to 16:00 pm,use sunscreen, hats and umbrellas.
3. Follow the steps mentioned above. But if you already had melasma, the solutions are:
            * Apply the Azelaic, Kojic, Arbutin, Licorice or Vitamin C, however, be careful about the strength of the        dose and duration of use.
            * Antioxidant vitamin intake such as vitamin A ,Vitamin C and vitamin E, to reduce the dark marks that are caused by sunlight.
            * Treatment with Q-switched Nd-YAG Laser which is directly specific to freckles and melasma. This laser      destroys the pigment cells by spreading them out, then, white blood cells will eat those marks, making         them pale. But in many cases, melasma does not disappear but it makes the problems worse. These are
            found in people who worry too much about the problem and laser many times, or in case that the doctor     uses more light energy than needed. Current laser technology has been developed by using Fractional       Laser idea, which is gaining popularity as a result of the treatment technologies that reduce recuperating   period (down time) and reduced side effects compared to the same type of laser. Recently, many hospitals             imported Fractional Q-switched Nd-YAG, laser for melasma treatment, especially as the Miracle Melasma
            Machine (Triple M); it is the laser of the future and a new hope to deal with freckles and melasma..

.สนใจติดต่อ โทร.089-783-9197,  026644360 หรือ ที่ รพ.แม่ฟ้าหลวง (คุณน้อย) 38/11-13 อาคารอโศกเพลส ถนนอโศก สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.
บทความเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องhttp://www.mfu.ac.th/school/anti-aging/article.html.

http://www.mfu.ac.th/school/anti-aging/article.html
โรคขนคุดหรือผื่นผิวหนังเรื้อรังที่แขน(keratosis pilaris)
 โรคสะเก็ดเงิน(Psoriasis) หายขาดได้ด้วยตนเอง
กำจัดขนด้วยเจ็นเทิลแย็ก
http://www.mfu.ac.th/school/anti-aging/content/3_gentle%20yag.pdf